วิทยานิพนธ์พ.ศ. 2567

การจัดการความเสี่ยงของกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรในประเทศไทย

Risk management of agricultural machinery industry group in Thailand

ผู้จัดทำ: เกษทิพย์ ศิลปชัย
ระดับการศึกษา: ปริญญาเอก
สาขาวิชา/กลุ่มสาขา: หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ
อาจารย์ที่ปรึกษา: วรรณวิภา ไตลังคะ, ชัยวุฒิ จันมา
0 เข้าชม 0 ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดเอกสาร

บทคัดย่อ (ภาษาไทย)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการดำเนินงานและปัญหาอุปสรรคในการจัดการความเสี่ยงของกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรในประเทศไทย 2) เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างความสำเร็จในการจัดการความเสี่ยงของกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรในประเทศไทย จำแนกตามปัจจัยลักษณะองค์กร 3) ศึกษาปัจจัยการจัดการความเสี่ยงที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดการความเสี่ยงของกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรในประเทศไทย และ4) นำเสนอแนวทางการจัดการความเสี่ยงของกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรในประเทศไทยกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารองค์กรในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร จำนวน 150 คน และผู้ให้ข้อมูลสำคัญคือ นักวิชาการด้านเครื่องจักรกลการเกษตร ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดการความเสี่ยงและผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร จำนวน 18 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว วิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ การวิเคราะห์เนื้อหา และการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ผลการวิจัยพบว่า อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรส่วนใหญ่ดำเนินการในรูปแบบบริษัทมีลักษณะการเป็นผู้ผลิต มีทำเลที่ตั้งกระจายอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ มีการจัดการความเสี่ยงได้มากในด้านการประเมินความเสี่ยง นอกจากนั้นทั้งในด้านการระบุความเสี่ยง การวางแผนรับมือกับความเสี่ยง รวมถึงการลงมือทำ ติดตาม และควบคุมความเสี่ยง สามารถจัดการได้ในระดับปานกลาง การวิเคราะห์เปรียบเทียบ พบว่า การมีรูปแบบองค์กร ลักษณะการประกอบธุรกิจ และทำเลที่ตั้งต่างกันมีความสำเร็จในการจัดการความเสี่ยงแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 ปัจจัยการจัดการความเสี่ยงที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดการความเสี่ยง พบว่า ปัจจัยด้านการวางแผนรับมือกับความเสี่ยงและการลงมือทำ ติดตาม และควบคุมความเสี่ยง ส่งผลต่อความสำเร็จในการจัดการความเสี่ยงของกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร สำหรับแนวทางการจัดการความเสี่ยง ประกอบด้วย 1) การแสวงหาการร่วมทุนกับประเทศในกลุ่มอาเซียน 2) การเปิดตลาดใหม่กับลูกค้ารายย่อย 3) การพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตรที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง 4) การพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการซ่อมบำรุงที่ทันสมัยและซับซ้อน และ 5) ความพยายามลดการพึ่งพาวัตถุดิบเหล็กจากต่างประเทศ

Abstract (English)

This research aimed to 1) study the operating conditions and obstacles in the risk management of agricultural machinery industry group in Thailand, 2) compare the contrast between successes of the risk management, classified by organization factors, 3) study the risk management factors affecting to success in the risk management, and 4) present guidelines on the risk management. The sample groups consisted of 150 executives of organizations in the agricultural machinery industry group and 18 key informants the agricultural machinery academic experts, experts of risk management, and experts in the agricultural machinery industry management. Data analysis used descriptive statistics, one-way ANOVA, multiple regression, content analysis, and SWOT analysis. The results showed that most of the agricultural machinery industry operated in types of limited company in term of the nature of being the producer. It was located in the distributed in various regions and had much risk management in term of risk assessment. Moreover, both the risk identification, planning dealing with risks including taking action, monitoring, and controlling risks, and risk management could manage at a moderate level. The comparative analysis found that organization types, nature of business, and different locations had succeeded in the risk management significantly different at the .01 level. The risk management factors affected to the success of risk management were the factors for planning dealing with risks and taking action, and monitoring and controlling risks. Guidelines of the risk management were focused on 1) Finding joint venture partners in the ASEAN countries; 2) Opening new markets with retail customers; 3) Developing agricultural machinery with advanced technology; 4) Developing personnel to support modern and complex maintenance; and 5) Efforts to reduce self-reliance on steel raw materials from foreign countries.