การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์สถานการณ์ทางการเงินในปัจจุบันของ Gen X ในกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับสภาพการณ์การเงิน ทักษะการเงิน และปัจจัยภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการ วางแผนการจัดการทางการเงิน 2) ศึกษาพฤติกรรมการจัดการทางการเงินและแนวทางการดํารงชีวิต จําแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยเศรษฐกิจสังคม 3) ศึกษาความสามารถในการวางแผนการเงิน ส่วนบุคคลจําแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยเศรษฐกิจสังคม 4) ศึกษาพฤติกรรมการจัดการทาง และ 5) Gen X ใน การเงินและแนวทางการดํารงชีวิตที่ส่งผลต่อความสามารถในการวางแผนการเงินส่วนบุคคล เสนอแนวทางการวางแผนการจัดการทางการเงินส่วนบุคคลเพื่อความมั่นคงทางการเงินของ กรุงเทพมหานคร เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง 384 คน และสัมภาษณ์เชิงลึก 17 คน สถิติและวิธีการที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ จํานวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบที่ การวิเคราะห์ความแปรปรวน และการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุ ผลการวิจัย พบว่า Gen X ในกรุงเทพมหานคร มีทักษะทางการเงินด้านความรู้ทางการเงินเรื่องการคิดคํานวณดอกเบี้ย เงินกู้, มีพฤติกรรมการจัดการทางการเงินด้านการรู้จักหาเงิน, และมีแนวทางการดํารงชีวิตด้วยหลัก ลําดับความต้องการ ในระดับมากที่สุด ผู้ที่มีอายุ สถานภาพการสมรส ระดับการศึกษา ต่างกัน มี พฤติกรรมการจัดการทางการเงินต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผู้ที่มีเพศ อายุ สถานภาพ การสมรส ภาระหนี้สินเมื่อเทียบกับรายได้รวมต่อเดือน และสวัสดิการหลังการเกษียณ ต่างกัน มีแนวทาง การดํารงชีวิตแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และพฤติกรรมการจัดการทางการเงิน และแนวทางการดํารงชีวิตส่งผลต่อความสามารถในการวางแผนการเงินส่วนบุคคลโดยรวมร้อยละ 8.3 อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และพบว่า แนวทางการดําเนินชีวิตด้านหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงและด้านหลักการเลือกอย่างมีเหตุผลส่งผลต่อความสามารถในการวางแผนการเงินส่วนบุคคล อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 แนวทางสําคัญในการวางแผนการจัดการทางการเงินส่วนบุคคล เพื่อความมั่นคงทางการเงินของ Gen X มี 4 แนวทาง 1) การพัฒนาพฤติกรรมการจัดการทางการเงิน 2) การพัฒนาเพิ่มความสามารถในการวางแผนการเงินส่วนบุคคล 3) การกําหนดเป็นนโยบายด้านการ ออมเงินแบบภาคบังคับ และ 4) การส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการวางแผนการจัดการทางการเงินให้กับ Gen X ในกรุงเทพมหานคร
This study aimed to 1) analyze financial situations, financial skills and external factors related to financial management planning of Gen X in Bangkok; 2) study financial management behaviors and lifestyles classified by personal and socio-economic factors; 3) study the ability to plan personal finances classified by personal and socioeconomic factors; 4) study financial management behaviors and lifestyles that affect personal financial planning ability: and 5) propose guidelines for personal financial management planning for financial stability of the Gen X. Data were collected by using a questionnaire from 384 samples, and by in-depth interview from 17 samples. The frequency, percentage, mean, Standard Deviation, t-test, analysis of variance, and multiple regression analysis were conducted for data analysis. The research results revealed that the Gen X had financial skills for literacy on calculating loan interest, had the financial management behaviors for earning, and living style focused on principle of needs hierarchy were at the highest level. Their financial management behaviors were different by different age, marital status and education level at .05 level of significance. Their ways of living were different by gender, age, marital status, debt burden compared to gross monthly income, and retirement benefits at .05 level of significance. Overall, financial management behavior and lifestyle can explain the ability to plan personal finances for 8.3% at .01 level of significance. Two factors: the ways of living by Sufficiency Economy Philosophy and rational choosing affected the ability to plan personal finances at .01 level of significance. Four key guidelines for personal financial management planning for financial stability of Gen X in Bangkok: 1) Improving a money management behavior, 2) Increasing ability to plan a personal money management, 3) Assigning a saving policy, and 4) Enhancing learning management on a money planning to Gen X in Bangkok.