วิทยานิพนธ์พ.ศ. 2565

แนวทางการจัดการเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจก่อสร้างที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

Management guidelines for the survival of the residential construction business in Bangkok and vicinity area

ผู้จัดทำ: ชยพล ศิริธัญกร
ระดับการศึกษา: ปริญญาเอก
สาขาวิชา/กลุ่มสาขา: หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ
อาจารย์ที่ปรึกษา: เกียรติชัย วีระญาณนนท์, อนันต์ ธรรมชาลัย
0 เข้าชม 0 ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดเอกสาร

บทคัดย่อ (ภาษาไทย)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหา ความล้มเหลวและความอยู่รอดของ ธุรกิจก่อสร้างที่อยู่อาศัย 2) ศึกษาเปรียบเทียบความอยู่รอดของธุรกิจก่อสร้างที่อยู่อาศัย โดยจําแนก ตามคุณลักษณะของธุรกิจ 3) ศึกษาความสามารถในการดําเนินธุรกิจที่ส่งผลต่อความอยู่รอดของ ธุรกิจก่อสร้างที่อยู่อาศัย และ 4) วิเคราะห์หาแนวทางการจัดการเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจก่อสร้าง ที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล การวิจัยนี้เก็บข้อมูลเชิงปริมาณด้วยแบบสอบถาม จากกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นองค์กรธุรกิจก่อสร้างที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จํานวน 276 ราย โดยการสุ่มอย่างง่าย และเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ทรงคุณวุฒิที่ เกี่ยวข้องกับธุรกิจก่อสร้างที่คัดเลือกแบบเจาะจงจํานวน 21 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติ เชิงพรรณนา วิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว วิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุคูณ และวิเคราะห์ข้อมูล เชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันของธุรกิจก่อสร้างที่อยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง ด้านการเมือง การเปลี่ยนแปลงของรัฐบาล ด้านเศรษฐกิจ ด้านเทคโนโลยี ด้านกฎหมาย และประสบการณ์ ในธุรกิจ มีผลกระทบโดยรวมกับทุกส่วนงาน ควรดําเนินนโยบายธุรกิจที่สามารถตอบสนองความ ต้องการของลูกค้าในลักษณะที่ครบวงจร และสร้างเครือข่ายที่เชื่อมโยงสนับสนุนทางธุรกิจ 2) ความ อยู่รอดของธุรกิจก่อสร้างที่อยู่อาศัย ทั้งด้านการเงินและด้านการเติบโตของธุรกิจ มีความแตกต่างกัน เมื่อจําแนกตามคุณลักษณะของธุรกิจอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3) ความสามารถด้านการ ให้บริการลูกค้า การจัดการความเสี่ยง การบริหารเงินทุน การตลาด เครือข่ายในธุรกิจ ส่งผลต่อความ อยู่รอดของธุรกิจก่อสร้างที่อยู่อาศัย 4) ผู้วิจัยนําเสนอแนวทางการจัดการเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ ก่อสร้างที่อยู่อาศัย ได้แก่ (1) หาพันธมิตรธุรกิจในกลุ่มธุรกิจก่อสร้างที่อยู่อาศัย (2) ปรับปรุงกระบวนการ การจัดการภายในองค์กร (3) ทบทวนและปรับปรุงขั้นตอนการดําเนินธุรกิจก่อสร้างในปัจจุบันและอนาคต (4) จัดทําแผนบริหารความเสี่ยง เพื่อความต่อเนื่องของธุรกิจก่อสร้าง (5) ดําเนินธุรกิจก่อสร้างด้วยหลัก จริยธรรมธุรกิจ (6) สรรหาเทคโนโลยีที่เพิ่มประสิทธิภาพในการก่อสร้าง (7) หาแหล่งเงินทุนเพิ่มสภาพ คล่องทางด้านการเงิน และ (8) เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในธุรกิจก่อสร้างให้กับพนักงานทุกระดับ

Abstract (English)

This research aimed 1) to study the situation, problems, failure and survival of the residential construction business, 2) to compare the survival of the residential construction business, classified by business characteristics, 3) to study the business capability that affects the survival of the residential construction business, and 4) to analyze the management approach for the survival of the residential construction business in Bangkok and vicinity area. Quantitative data were collected with questionnaires from 276 samples of residential construction businesses in Bangkok and its vicinity by simple random sampling. The qualitative data were collected by in-depth interviews 21 residential construction business experts, purposively selected. Quantitative data were analyzed by descriptive statistics, One- way ANOVA, Multiple regression analysis and analyzing qualitative data with content analysis. The results found that 1) The situation of business is highly competitive, and be impacted by politics, economics, technology, legal, and business experiences. The definite business policy and network connections are needed. 2) The survival of business was statistically significant difference at .01 level when classified by business characteristics. 3) Customer service capability, risk management, capital management, marketing, and business network affecting the survival of the business at a high level. 4) The researcher presents the management guidelines, as follows: (1) Finding business partners; (2) Improving the management process within the organization; (3) Reviewing and improving the present and future construction business processes; (4) Making a risk management plan for continuity of business; (5) Conducting business with business ethics; (6) Seeking technology to increase the construction efficiency; (7) Seeking funding sources to increase financial liquidity; and (8) Enhancing knowledge and understanding in the residential construction business for employees at all levels.