วิทยานิพนธ์พ.ศ. 2562

แนวทางการจัดการธุรกิจแป้งมันสำปะหลังในประเทศไทยเพื่อความสามารถในการแข่งขัน

The Management Guideline for Competitiveness of Tapioca Starch Business in Thailand

ผู้จัดทำ: ดุสิต พิทยาธิคุณ
ระดับการศึกษา: ปริญญาเอก
สาขาวิชา/กลุ่มสาขา: หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ
อาจารย์ที่ปรึกษา: ชัยวุฒิ จันมา, วรรณสินท์ สัตยานุวัตร์
0 เข้าชม 0 ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดเอกสาร

บทคัดย่อ (ภาษาไทย)

การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ แนวทางการจัดการธุรกิจแป้งมันสำปะหลังในประเทศไทย เพื่อความสามารถในการแข่งขัน ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Method) คือ การใช้ การวิจัยเชิงปริมาณ โดยการสอบถามผู้บริหารระดับสูงของบริษัทแป้งมันสำปะหลังในประเทศไทย 78 บริษัท สลิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ และการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ทรงคุณวุฒิด้านธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง กับการดำเนินธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง และผู้ประกอบการเกี่ยวกับธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง จำนวน 20 คน โดยสังเคราะห์เนื้อหาตามหลัก SWOT ANALYSIS และกำหนดกลยุทธ์การจัดการธุรกิจด้วยแนวทาง TOWS Matrix ผลการศึกษาพบว่า สภาพการจัดการธุรกิจแป้งมันสำปะหลังในประเทศไทยในภาพรวมและรายด้านทุกด้านอยู่ในระดับมาก ความสามารถในการแข่งขันธุรกิจแป้งมันสำปะหลังในประเทศไทย ในภาพรวมและรายด้านทุกด้านอยู่ในระดับมาก ปัจจัยภายนอก ประกอบด้วย ด้านเศรษฐกิจ การเมือง คู่แข่ง เทคโนโลยี กฎหมายที่เกี่ยวข้องและนโยบายภาครัฐมีผลต่อแนวทางการจัดการธุรกิจแป้งมันสำปะหลังในประเทศไทย ปัจจัยลักษณะของธุรกิจ ได้แก่ จำนวนพนักงาน ระยะเวลาในการประกอบการ และปัจจัยด้านการจัดการธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง ได้แก่ ด้านกลยุทธ์ขององค์กร รูปแบบการบริหารจัดการ ระบบปฏิบัติงาน ทักษะ ความรู้ ความสามารถ ค่านิยมร่วมส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจแป้งมันสำปะหลังในประเทศไทยในภาพรวม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แนวทางการจัดการธุรกิจแป้งมันสำปะหลังในประเทศไทยโดยการกำหนดกลยุทธ์ขององค์การที่ชัดเจน เป็นรูปธรรมที่ทำให้บุคลากรในแต่ละหน่วยงานเข้าใจถึงแนวทางการปฏิบัติงานขององค์การและการจัดระบบปฏิบัติงานในองค์การให้สอดประสานกับกลยุทธ์ที่วางไว้ โดยมีรูปแบบการบริหารจัดการที่เหมาะสมกับองค์การ มีระบบปฏิบัติงานที่จะให้บุคลากรในทุกฝ่าย ทุกหน่วยงานเกิดความรู้สึกที่ต้องการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งแห่งความสำเร็จขององค์การ พัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถให้ชำนาญงานในหน้าที่สามารถประสานความร่วมมือกับหน่วยงานฝ่ายอื่น ๆ ได้ โดยสร้างค่านิยมร่วมให้เกิดความรักความผูกพันต่องค์การเสมอหนึ่งองค์การนี้เป็นธุรกิจของตนเอง

Abstract (English)

This objective research were to study the management guideline for competitiveness of tapioca starch business in Thailand by mixed method research consisted of quantitative research and qualitative research. The questionnaire used as quantitive research which collected from executives from 78 tapioca starch companies in Thailand. The statistics of data analysis were percentage, mean, Standard Deviation, One-way ANOVA and multiple regression analysis. The qualitative research, the data collected by in-depth interviews with 20 experts in tapioca starch businesses; official government staffs in related to tapioca starch industry and also entrepreneurs of tapioca starch businesses. The content synthesis was SWOT analysis and setting business management strategy by TOWS matrix. The results has showed that the conditions of tapioca starch management in Thailand in overall and each aspects were at a high level. The competitiveness of tapioca starch business in Thailand in overall and each aspects were at a high level. The external factors consisted of economics, politics, competitors, technology, related law and also government policy affecting management guideline for tapioca starch business in Thailand. Business conditions factors as follows: number of employees, period of time in business and tapioca starch business management factors: strategy, management style, system, skills, knowledge, abilities and share value affecting competitiveness of tapioca starch business in Thailand significantly statistic different at 0.05 level. The management guideline for tapioca starch business in Thailand by setting clear organizations strategy and staffs understand to operation system was important in order that all staffs aware of their roles and participation to drive as well as feeling as a part of organization towards company success.