การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันในการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรม ในประเทศไทย ปัจจัยระดับการบริหารจัดการโรงแรม เปรียบเทียบความคิดเห็นที่มีต่อสภาพการแข่งขันของธุรกิจโรงแรมและสภาพการแข่งขัน และหาแนวทางการจัดการความความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย สำหรับการวิจัยเชิงปริมาณ ได้แก่ โรงแรมในประเทศไทย จำนวน 400 โรงแรม เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่า F-test ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพผู้ให้ข้อมูลเชิงคุณภาพ ได้แก่ ข้าราชการจากหน่วยงานของรัฐ และนักวิชาการสาขาวิชาการโรงแรม และผู้ประกอบการ/กรรมการผู้จัดการ/ผู้อำนวยการ/ผู้จัดการโรงแรม รวมทั้งสิ้น 26 คน การวิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ใช้การวิเคราะห์ SWOT แล้วสังเคราะห์แนวทางการจัดการความสามารถในการแข่งขันธุรกิจโรงแรมด้วย TOWS Matrix ผลการวิจัยพบว่า แนวทางการจัดการความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย สามารถทำได้ด้วยกลยุทธ์หลายรูปแบบ เช่น ปัจจุบันหลายๆ โรงแรมเน้นจุดเด่นไปในทางอาหารนั้น ถือเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง และในส่วนของโรงแรมที่ยังไม่มีร้านอาหารภายในโรงแรม จึงควรจับมือเป็นพันธมิตรกับธุรกิจร้านอาหารเข้ามาให้บริการภายในโรงแรม เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการบริการลูกค้า สำหรับโรงแรมที่มีการก่อตั้งโรงแรมขึ้นมาอย่างถูกกฎหมาย ในเรื่องของมาตรฐานเรื่องอาคาร ความปลอดภัยและมีระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจที่ยาวนาน เป็นที่รู้จัก มีชื่อเสียง ควรมีการการปรับปรุงเพื่อเพิ่มฐานลูกค้าให้สามารถรองรับกลุ่มลูกค้า อบรมสัมมนา เพื่อเพิ่มกลุ่มลูกค้าองค์กร/หน่วยงานราชการ ที่จัดอบรบสัมมนา ในปัจจุบันได้มีระบบการจองห้องพักผ่านอินเทอร์เน็ตซึ่งเป็นที่นิยม และน่าจะเป็นช่องทางหลักในการขายห้องพักจึงควรมีการนำเสนอสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรมที่มีทุกอย่างที่ลูกค้าต้องการและควรสร้างพันธมิตรในธุรกิจทางการค้าอาจจับคู่กับธุรกิจอื่นๆ เพื่อเป็นการขยายช่องทางในการนำเสนอโรงแรม เช่น ขายห้องพักพร้อมกับบริการรถยนต์เช่า หรือขายพร้อมทัวร์พาเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
The objectives of this research were to study the status of managing hotel business in Thailand, hotel management factors, compare the competitive conditions and the competitiveness, classified by business operation factors and to find out the guidelines of the competitive capacity management for hotel business in Thailand. Sampling group of 400 hotels in Thailand are used for quantitative research. The data collection were analyzed in terms of mean, Standard Deviation, and F-test. For qualitative research, qualitative data providers were government official from government agencies and academics in hotel academic fields and entrepreneurs, managing director, director, hotel manager, total number of key informants are 26 persons. Analyzing by SWOT analysis and synthesizing the guidelines for managing the competitive advantage of the hotel business with TOWS Matrix. In this research, the guidelines of the competitive capacity management for hotel business in Thailand could be done with many strategies, such as restaurants, customer service, legally hotel on the issue of building standards safety and long business duration known reputation should be improved, be able to support the seminar group for companies and governments officer. There is a popular Internet booking system and almost as the main channel for selling rooms, therefore, there should be a hotel facility offering everything that customers need and should create partnerships in commercial businesses. Also, cooperate with other businesses to expand the channels for offering hotels, such as selling rooms with car rental services or sell with tours, excursions, attractions.