การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพ ปัญหา ความต้องการ และข้อเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาสมรรถนะของผู้ประกอบการวิชาชีพทนายความ 2) ศึกษาสมรรถนะของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความในประเทศไทยในการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพ 3) ศึกษาปัจจัยจูงใจและปัจจัยสนับสนุนที่ส่งผลต่อสมรรถนะของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความในประเทศไทย และ 4) กำหนดกลยุทธ์ในการพัฒนาสมรรถนะของผู้ประกอบวิชาชีพทนายความในประเทศไทย การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงสำรวจโดยใช้วิธีการเชิงปริมาณในการรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 398 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการใช้วิธีการทางสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน โดยใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียวและการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ และใช้วิธีการเชิงคุณภาพในการรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสนทนากลุ่ม เพื่อรวบรวมความคิดเห็นจากทนายความผู้เชี่ยวชาญที่เป็นคณะกรรมการ สภาทนายความ จำนวน 23 คน โดยแยกสนทนาเป็น 3 กลุ่ม และสัมภาษณ์เชิงลึกจากทนายความที่มีประสบการณ์ในการทำงาน จำนวน 3 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีการพรรณนาและการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยจูงใจ ปัจจัยสนับสนุน และสมรรถนะการประกอบวิชาชีพทนายความ โดยรวมมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อพิจารณาแยกตามกลุ่มอายุ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ปัจจัยสนับสนุนทั้งโดยรวมและแยกรายด้านมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อพิจารณาแยกตามกลุ่มอายุ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ปัจจัยจูงใจด้านความสำเร็จในการทำงานมีผลต่อสมรรถนะการประกอบวิชาชีพทนายความอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในทุกด้าน ปัจจัยสนับสนุนด้านความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมอาชีพมีผลต่อสมรรถนะการประกอบวิชาชีพทนายความอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในทุกด้าน ในขณะที่ปัจจัยตอบแทนไม่มีผลต่อสมรรถนะการประกอบวิชาชีพทนายความ กลยุทธ์ในการพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพทนายความในประเทศไทย ควรมุ่งสร้างสมรรถนะทั้งสี่ด้าน ได้แก่ ด้านจริยธรรม ด้านการบริการที่ดี ด้านการสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ และด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์ โดยมีจุดเน้นที่แตกต่างกัน
The objectives of this research were 1) to study satiation, problem, requirement and suggestions guideline to competency development for professional Lawyer, 2) to study competency of professional Lawyer in Thailand, 3) to study factors effect on competency of professional Lawyer in Thailand, and 4) to indicate strategy of competency development for professional lawyer in Thailand. This research in a mixed research by using quantitative and qualitative approaches. The quantitative approach was used a questionnaire to collect data from 398 participants. The data were analyzed by using descriptive and inferential statistics one-way ANOVA and multiple regression analysis; the qualitative approach was done by focus group from 23 lawyer’s professional in Lawyers Council of Thailand and in-depth interview with 3 lawyers in professional practice, analyzed by descriptive and content analysis. The results found that motivation factor, support factor, and lawyer competency, overall, the difference was statistically significant considered by age group and average income per month. Work success motivation factors were statistically significant effected on the lawyers performance in every element. Supporting factors, relationship with career mate had statistically significant effected on the lawyers performance in every element. The remuneration factor had no influence on the lawyers performance. The 4 strategies of competency development for professional lawyers in Thailand, including ethics, good service, professionalism and achievement aspects were differentiate focused.