การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาและประเมินรูปแบบการนิเทศภายในด้านการจัดการเรียนรู้แนวสะเต็มศึกษาในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยดำเนินการดังนี้ ชั้นตอนที่ 1 ศึกษาสภาพและแนวทางการนิเทศภายในด้านการจัดการเรียนรู้แนวสะเต็มศึกษาในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ชั้นตอนที่ 2 พัฒนาและตรวจสอบรูปแบบการนิเทศภายในด้านการจัดการเรียนรู้แนวสะเต็มศึกษาในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร และชั้นตอนที่ 3 ทดลองใช้และประเมินรูปแบบที่พัฒนาขึ้นแหล่งข้อมูลได้แก่ กลุ่มตัวอย่าง ได้มาโดยการสุ่มแบบหลายชั้นตอน จำนวน 132 คน ผู้เชี่ยวชาญ 11 คน และกลุ่มตัวอย่างทดลอง 4 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบประเมิน และการสังเกต การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพเป็นการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และสถิติที่ใช้ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า สภาพการนิเทศภายในด้านการจัดการเรียนรู้แนวสะเต็มศึกษาในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยรวมอยู่ในระดับมาก ผลการพัฒนาและตรวจสอบรูปแบบ พบว่า รูปแบบการนิเทศภายในด้านการจัดการเรียนรู้แนวสะเต็มศึกษาในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบหลัก คือ องค์ประกอบที่ 1 การจัดการเรียนรู้แนวสะเต็มศึกษาในโรงเรียน 6 ขั้น ได้แก่ 1) การระบุปัญหา 2) การรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา 3) การออกแบบวิธีการแก้ปัญหา 4) การวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา 5) การทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไข วิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน และ 6) การนำเสนอวิธีการแก้ปัญหา และองค์ประกอบที่ 2 กระบวนการการนิเทศภายในโรงเรียน 4 ขั้น ได้แก่ 1) การศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการของครู 2) การวางแผนการนิเทศ 3) การปฏิบัติการนิเทศ และ 4) การประเมินผลการนิเทศ จากการตรวจสอบรูปแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า รูปแบบมีความถูกต้องและเหมาะสมนำไปใช้ทดลองได้ ผลการทดลองใช้และประเมินรูปแบบ พบว่า ครูผู้รับการนิเทศสามารถจัดการเรียนรู้แนวสะเต็มศึกษาได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ และรูปแบบที่พัฒนานี้มีความเป็นไปได้และเป็นประโยชน์ต่อการนิเทศภายในด้านการจัดการเรียนรู้แนวสะเต็มศึกษาในโรงเรียน สังกัดกรุงเทพมหานคร ให้ประสบความสำเร็จอยู่ในระดับดีมาก
This research aimed to develop a model of internal supervision for learning management based on STEM Education in schools, Bangkok Metropolitan Administration by doing 3 steps; Step 1: Study condition and guidelines of internal supervision for learning management based on STEM Education in schools under the jurisdiction of Bangkok Metropolitan Administration. Step 2: Develop and validate the model of internal supervision for learning management based on STEM Education in the schools. Step 3: Try-out and evaluate the model. Samples were 132 persons with purposive sampling, 11 experts, and 4 persons for experimentation. The research instruments were questionnaire, interview, evaluation, and observation forms. The results revealed that status of an internal supervision for learning management based on STEM Education in schools under the jurisdiction of Bangkok Metropolitan Administration in overall was at a high level. The developed model consists of 2 components: Component 1 - a process of learning management based on STEM Education in the schools includes 6 steps; 1) problem identification, 2) gathering information and concept related to problem, 3) solution design, 4) planning and development, 5) testing, evaluation, and improvement, 6) presentation. Component 2 - a procedure of internal supervision in the schools includes 1) studying problem conditions and teacher's need, 2) educational supervision planning, 3) supervision performance, 4) supervision evaluation. The result of model evaluation in terms of feasibility and benefit were both at a very high level.