วิทยานิพนธ์พ.ศ. 2563

กลยุทธ์การบริหารงานวิชาการในโรงเรียนเอกชนระดับประถมศึกษา ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

Strategies of Academic Administration in private elementary schools in Prachuapkhirikhan Province

ผู้จัดทำ: ชโนทัย เจริญเนือง
ระดับการศึกษา: ปริญญาเอก
สาขาวิชา/กลุ่มสาขา: หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
อาจารย์ที่ปรึกษา: ณรงค์ พิมสาร, ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล
0 เข้าชม 0 ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดเอกสาร

บทคัดย่อ (ภาษาไทย)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดกลยุทธ์การบริหารงานวิชาการในโรงเรียนเอกชน ระดับประถมศึกษา ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นการวิจัยเชิงแบบผสมผสาน โดยงานวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากครูในโรงเรียนระดับประถมศึกษาในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 265 ตัวอย่าง และงานเชิงคุณภาพใช้แบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ทรงวุฒิที่เป็นเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่มีประสบการณ์กำกับดูแลเกี่ยวกับการบริหารงานวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานภาคเอกชน จำนวน 8 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยเชิงปริมาณ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์องค์ประกอบ เชิงสำรวจ และการวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนเอกชน ระดับประถมศึกษา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประกอบด้วย 7 องค์ประกอบ ได้แก่ การวางแผนและการพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนรู้ การพัฒนาสื่อและเทคโนโลยี การวัดผลและประเมินผล การนิเทศภายใน การวิจัยชั้นเรียน และการประกันคุณภาพการศึกษา มีน้ำหนักขององค์ประกอบอยู่ระหว่าง 0.593-0.785 2) กลยุทธ์บริหารงานวิชาการของโรงเรียนเอกชนระดับประถมศึกษา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประกอบด้วย 7 กลยุทธ์ ได้แก่ กลยุทธ์การวางแผนและการพัฒนาหลักสูตร กลยุทธ์การจัดการเรียนรู้ กลยุทธ์การพัฒนาสื่อและเทคโนโลยี กลยุทธ์การวัดผลและประเมินผล กลยุทธ์การนิเทศภายใน กลยุทธ์การวิจัยชั้นเรียน และกลยุทธ์การประกันคุณภาพการศึกษา และ 3) ผลการทดลองใช้กลยุทธ์การบริหารงานวิชาการโรงเรียนเอกชนระดับประถมศึกษา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบว่า ครูมีทักษะและพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการผลิตสื่อการเรียนการสอน อยู่ในระดับมาก และผลการประเมินกลยุทธ์การบริหารงานวิชาการโรงเรียนเอกชนระดับประถมศึกษา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบว่า มีความเป็นประโยชน์และความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก

Abstract (English)

The purpose of this research was to determine strategies of academic administration, using mixed research methods, including quantitative research by using questionnaires as a tool for collecting data from 265 teachers in private elementary schools in Prachuapkhirikhan province and qualitative research by interviewing 8 experts. Statistics used in quantitive data analysis were frequency, percentage, mean, Standard Deviation, factor analysis and using content analysis for quantitative research. The results of this research revealed that 1) The result of analysis of academic administration components of private elementary schools in Prachuapkhirikhan province consists of 7 components: planning and development, learning management, media and technology development, measurement and evaluation, internal supervision, classroom research, and educational quality assurance. The weight of the components is between 0.593-0.785. 2) The academic administration strategies of private elementary schools in Prachuapkhirikhan province consist of 7 strategies: planning and curriculum development, learning management, media and technology development, measurement and evaluation, internal supervision, classroom research, and educational quality assurance. 3) The trial of the academic administration strategies in private elementary schools in Prachuapkhirikhan province showed that the teachers' ability and behavior towards information technology usage for creating instructional media were at a high level, and the assessment of the academic administration strategies showed that there is a high level of feasibility and utilization.