วิทยานิพนธ์พ.ศ. 2557

รูปแบบการบริหารกิจการนักเรียนเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม สำหรับนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 จังหวัดสตูล

The Management Model of Student Activities for Encouraging Morality of Students at Rajaprajanugroh School 42, Satun Province

ผู้จัดทำ: สำราญ ชูแก้ว
ระดับการศึกษา: ปริญญาเอก
สาขาวิชา/กลุ่มสาขา: หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
อาจารย์ที่ปรึกษา: ณรงค์ พิมสาร, อิศรัฏฐ์ รินไธสง
0 เข้าชม 0 ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดเอกสาร

บทคัดย่อ (ภาษาไทย)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารกิจการนักเรียนเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมสำหรับนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 จังหวัดสตูล โดยดำเนินการวิจัย 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษา วิเคราะห์และสังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบการบริหารกิจการนักเรียนเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมสำหรับนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 จังหวัดสตูล และระยะที่ 3 ประเมินรูปแบบ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในระยะที่ 1 ได้แก่ หัวหน้าฝ่ายต่างๆ ในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 จังหวัดสตูล กรรมการสถานศึกษา ผู้แทนศาสนาอิสลามและพุทธ ผู้แทนองค์กรปกครองท้องถิ่น ผู้แทนวิทยาลัยชุมชน ผู้ปกครอง ผู้แทนสถานศึกษาอื่นๆ ในจังหวัดสตูล รวม 18 คน ระยะที่ 2 ซึ่งเป็นการพัฒนารูปแบบโดยการปฏิบัติกิจกรรมจริง มีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา จำนวน 250 คน เป็นกลุ่มตัวอย่าง และระยะที่ 3 ประเมินรูปแบบ มีผู้อำนวยการและหัวหน้าฝ่ายและหัวหน้างานต่างๆ ในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 จังหวัดสตูล เป็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ตารางวิเคราะห์ แบบสังเกตการณ์การสนทนากลุ่ม แบบสอบถาม และแบบประเมินรูปแบบ ซึ่งเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ การวิเคราะห์ข้อมูล มีการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาและเชิงปริมาณ สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1. รูปแบบการบริหารกิจการนักเรียนเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมสำหรับนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 จังหวัดสตูล ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก คือ องค์ประกอบที่ 1 คือ กระบวนการบริหาร ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ การวางแผน การจัดองค์กร การนำปฏิบัติ และการควบคุมการปฏิบัติ องค์ประกอบที่ 2 คือ คุณธรรมจริยธรรมด้านมีวินัย 5 ประการ คือ การมีวินัยในตนเอง การรักษาและเสริมสร้างวินัย การตรงต่อเวลา ความซื่อสัตย์สุจริต และการมีความสามัคคีและมีน้ำใจ องค์ประกอบหลักที่ 3 คือ กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม มี 14 กิจกรรม ซึ่งการดำเนินการจัดกิจกรรมทั้ง 14 กิจกรรมนี้จะต้องดำเนินการตามกระบวนการบริหารที่เป็นองค์ประกอบที่ 1 2. ผลการประเมินรูปแบบ พบว่า ผู้ประเมินมีความเห็นว่ารูปแบบมีความเป็นประโยชน์ ความเป็นไปได้ ความเหมาะสม และความถูกต้อง ทั้งในภาพรวมและรายด้าน อยู่ในระดับมากที่สุด

Abstract (English)

This research aimed to develop a management model of student activity for enhancing morality and ethic of students in Rajaprajanugroh School in 42 Satun province. The research procedure was divided into 3 phases Phase 1 was to analyse and synthesize related documents and research results; Phase 2 was to develop a management model for enhancing morality and ethic of students in Rajaprajanugroh School in 42 Satun province, and Phase 3 was to evaluate the model. Sample for phase 1 were section heads in Rajaprajanugroh School in 42 Satun province, school committee, representatives of Muslim and Buddha religions who were in the local areas, local administrative organizations, Community college, guardians and other schools in Satun province. They were together 18 persons whereas, sample for phase 2 were 250 lower secondary school students in Rajaprajanugroh school. Finally, 20 sample for phase 3 who were administrator included section heads in Rajaprajanugroh school 42 in Satun province. Research instruments were, analysis table, observation form and questionnaires. The data were analyzed in terms of mean and Standard Deviation. The research results are as follows 1. The management model of student activities for enhancing morality of students in Rajaprajanugroh school 42 in Satun province composes of 3 components Component 1 - a management process - planning, organizing, leading and controlling. Component 2 - morality and ethics in 5 disciplines; self discipline, maintaining and reinforcement discipline, punctuality, honesty, unity and thoughtful. Component 3 - Enhancing morality and ethics with 14 activities. These activities must be practiced with a management process. 2. The model evaluation in terms of utility, feasibility, propriety, and accuracy revealed at the highest level.