การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สอดคล้องกับบริบทสังคมพหุวัฒนธรรม โดยดำเนินการวิจัย 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ศึกษาวิเคราะห์และสังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการบริหารโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สอดคล้องกับบริบทสังคมพหุวัฒนธรรม ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สอดคล้องกับบริบทสังคมพหุวัฒนธรรม โดยศึกษาความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 21 คน ด้วยเทคนิคเดลฟาย (Delphi Technique) จำนวน 3 รอบ ระยะที่ 3 ประเมินรูปแบบการบริหารโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สอดคล้องกับบริบทสังคมพหุวัฒนธรรม ด้านความเป็นประโยชน์ ความเป็นไปได้ ความเหมาะสม และความถูกต้อง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่ามัธยฐาน ฐานนิยม ร้อยละ ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ และผลต่างระหว่างมัธยฐานกับฐานนิยม ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการบริหารโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่สอดคล้องกับบริบทสังคมพหุวัฒนธรรม ประกอบด้วยองค์ประกอบที่สำคัญ 3 องค์ประกอบ คือ ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ และผลผลิต สำหรับการจัดการเรียนการสอน ผลการประเมินรูปแบบการบริหารโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สอดคล้องกับบริบทสังคมพหุวัฒนธรรม พบว่า มีความเป็นประโยชน์ ความเป็นไปได้ ความเหมาะสม และความถูกต้อง อยู่ในระดับมากที่สุด
This research aimed to study and develop a model of Suksasongkroh school administration in the Southern provinces in accordance with multicultural social context by doing 3 Phases Phase 1 - analyzing and synthesizing of related literature to a model of Suksasongkroh school administration in the Southern Provinces. Phase 2 developing a model of Suksasongkroh school administration in the Southern provinces in accordance with Multicultural Social Context. Analyzing 21 experts’ opinion by using Delphi technique for three rounds. And phase 3 - evaluating the developed model in terms of utility, feasibility, propriety, and accuracy. The statistics used were median, mode, percentage, and interquarantile range. The results reveal that the model of Suksasongkroh school administration in the Southern provinces in accordance with multicultural social context composes of 3 major components input, process, and output for an instructional setting. The model was evaluated in terms of utility, feasibility, propriety and accuracy. The results are all at the most level.