การวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษารูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร และเพื่อพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร โดยดำเนินการวิจัย 4 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาทฤษฎี แนวคิด ผลการวิจัยทั้งในและต่างประเทศ และศึกษาสภาพความเป็นจริงในการมีส่วนร่วมของชุมชนในสถานศึกษา เพื่อนำข้อมูลมาร่างรูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร โดยจัดทำเป็นแบบสอบถาม 1 ฉบับ ใช้กับกลุ่มตัวอย่าง 3 กลุ่ม คือ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา ครู และผู้บริหารโรงเรียน และประเมินประสิทธิภาพของรูปแบบที่ร่างขึ้น โดยศึกษาจากกลุ่มตัวอย่าง 3 กลุ่มๆ ละ 99 คน รวมทั้งสิ้น 297 คน เพื่อตรวจสอบความเป็นไปได้ในการนำรูปแบบไปปฏิบัติ โดยใช้แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ขั้นตอนที่ 2 นำผลที่ได้จากขั้นตอนที่ 1 มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ความเป็นไปได้ของร่างรูปแบบ โดยใช้สถิติ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One Way ANOVA) และทดสอบหาความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธี LSD (Least Significant Difference) ขั้นตอนที่ 3 นำผลที่ได้จากการวิเคราะห์ สังเคราะห์ในขั้นตอนที่ 2 มาร่างรูปแบบ เสนอต่อผู้ทรงคุณวุฒิโดยจัดสนทนากลุ่ม (Focus Group) เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบ ขั้นตอนที่ 4 วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากข้อเสนอแนะและความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิจากขั้นตอนที่ 3 มาปรับเป็นรูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร ฉบับสมบูรณ์ เพื่อนำเสนอต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครต่อไป
The main pusposes of this study were to develop model for community participation in schools under the office of Sakhonnakon Primary Educational Service Area. The processes of model development covered 4 steps as follows First step Study literature related theories, and research results in Thailand and foreign countries in order to draft the model for community participation in school management under Sakhonnakon Primary Educational Service Area Office. The first draft of a model for community participation in school management was created and developed in a form of 5-rating scale questionnaire to be sent to a group of 297 parents, teachers, and school administrators (99 persons in each group) to evaluate levels of feasibility of the model in practice. Second step Data from the first step were analyzed by using various statistical techniques means, Standard Deviation, t-test, F test, and LSD teahnique. Third step By using results from the second step, the second draft of the model was made. The draft was then evaluated by a group of experts in terms of its feasibility and suitability in using. Fourth step The final draft of the model was set.