วิทยานิพนธ์พ.ศ. 2567

การพัฒนาแบบจําลองนวัตกรรมการตลาด 5.0 เพื่อกลับมาใช้บริการซ้ำอีก สําหรับผู้ใช้บริการกลุ่มช่วงวัยวายของสายการบินต้นทุนต่ําในประเทศไทย

Development of a 5.0 marketing innovation model to encourage repeat service for y - group users of low-cost airlines in Thailand

ผู้จัดทำ: โศรดา พาหุวัฒนกร
ระดับการศึกษา: ปริญญาเอก
สาขาวิชา/กลุ่มสาขา: หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาธุรกิจและทุนมนุษย์
อาจารย์ที่ปรึกษา: จําเนียร จวงตระกูล, ตระกูล จิตวัฒนากร
0 เข้าชม 0 ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดเอกสาร

บทคัดย่อ (ภาษาไทย)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแบบจําลองนวัตกรรมการตลาด 5.0 เพื่อส่งเสริม การกลับมาใช้บริการซ้ําของผู้โดยสารวัยรุ่นในสายการบินต้นทุนต่ําในประเทศไทย โดยใช้การวิจัย แบบผสานวิธี ตามยุทธศาสตร์การดําเนินการแบบลําดับอธิบายผล แบ่งการวิจัยออกเป็นสามระยะ ได้แก่ การวิจัยเชิงปริมาณ การวิจัยเชิงคุณภาพ และการบูรณาการผลการวิจัยทั้งสองส่วน ผลการวิจัยเชิงปริมาณ พบว่า นวัตกรรมการตลาดที่มุ่งเน้นตลาดเฉพาะกลุ่มและความ หลากหลายของบริการเป็นปัจจัยสําคัญที่สุดที่ส่งผลต่อการกลับมาใช้บริการของผู้โดยสารวัยรุ่น โดยมีค่าน้ําหนักสัมประสิทธิ์อยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ ความพึงพอใจของลูกค้าที่เกิดจากการบริการ ของพนักงานและการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยยังส่งผลต่อความภักดีต่อแบรนด์และการกลับมา ใช้บริการซ้ําอย่างมีนัยสําคัญ ผลการวิจัยเชิงคุณภาพสะท้อนถึงความสําคัญของการพัฒนาเทคโนโลยี บริการ เช่น การเช็กอินผ่านมือถือและระบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็ว รวมถึงการใช้ การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการและการนําเสนอโปรโมชั่นเฉพาะบุคคล ซึ่งช่วยเพิ่มความพึงพอใจ และความภักดีของผู้โดยสาร โดยสามารถสังเคราะห์เป็นแนวทางการพัฒนา 7 ประการ ได้แก่ 1) การ พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้บริการ 2) การออกแบบโปรโมชั่นเฉพาะกลุ่ม 3) การใช้ ข้อมูลเชิงลึกในการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้โดยสาร 4) การยกระดับคุณภาพการบริการของพนักงาน 5) การใช้การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ 6) การเพิ่มความหลากหลายของบริการ และ 7) การสร้าง ประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้โดยสารเพื่อส่งเสริมการกลับมาใช้บริการซ้ํา สรุปได้ว่า การพัฒนานวัตกรรมการตลาดที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้โดยสารวัยรุ่น ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและการนําเสนอโปรแกรมเฉพาะบุคคล เป็นปัจจัยสําคัญในการ เสริมสร้างความภักดีต่อแบรนด์และการกลับมาใช้บริการของผู้โดยสารในสายการบินต้นทุนต่ํา

Abstract (English)

The quantitative results revealed that niche-oriented marketing innovation and service diversity were the most significant factors influencing repeat usage among teenage passengers, with high coefficient weights. In addition, customer satisfaction derived from employee service quality and the adoption of advanced technologies significantly contributed to brand loyalty and repeat usage intentions. The qualitative findings further highlighted the importance of enhancing service technologies, such as mobile check-in and automated systems, to improve convenience and efficiency. Moreover, the implementation of integrated marketing communications and personalized promotional strategies was found to enhance customer satisfaction and strengthen brand loyalty. These findings can be synthesized into seven development guidelines 1) Developing technology to enhance service convenience; 2) Designing targeted promotions; 3) Using data insights to analyze passenger behavior; 4) Upgrading the quality of employee service; 5) Utilizing integrated marketing communications; 6) Increasing service diversity; and 7) Creating a positive passenger experience to encourage repeat usage. In conclusion, developing marketing innovations that align with the needs of teenage passengers, together with the application of technology and the presentation of personalized programs, represents a key factor in strengthening brand loyalty and repeat usage among passengers of low-cost airlines.