การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีต่อการตัดสินใจเรียนภาษาจีนของเยาวชนไทยที่ศึกษาในสถาบันระดับอุดมศึกษาเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษาที่เรียนภาษาจีนในสถาบันระดับอุดมศึกษาเอกชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการทำวิจัย แบบสอบถาม สุ่มตัวอย่าง โดยใช้เทคนิค Multistage Random Sampling สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือความถี่ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน t–test, F test และPearson Product Moment Correlation ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างเป็นเพศ หญิง คิดเป็นร้อยละ 71.80 มีอายุ 20 ปี คิดเป็น ร้อยละ 48.00 ระดับการศึกษาของผู้ปกครอง อยู่ในระดับชั้นปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 55.50 อาชีพของผู้ปกครองเป็นพนักงาน/ลูกจ้างเอกชน ร้อยละ 29.00 มีรายได้รวมของครอบครัวต่อเดือน 40,000 บาท ขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 31.50 เหตุผลในการตัดสินใจเรียนภาษาจีนส่วนใหญ่ ได้แก่ เช่น เหตุผลส่วนตัว ครูผู้สอนแนะนำ เป็นต้น คิดเป็นร้อยละ 37.00 ภาระความรับผิดชอบที่สำคัญหลัก คือ ความรับผิดชอบต่อครอบครัวในด้านการดูแลสมาชิกในครอบครัว มีถึงร้อยละ 34.30 ตามลำดับ เมื่อพิจารณ์รายด้าน พบว่า ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีต่อการตัดสินใจเรียนภาษาจีนของเยาวชนไทย ที่ศึกษาในสถาบันระดับอุดมศึกษาเอกชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อยู่ในระดับมาก ทุกด้าน เรียงระดับ ค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยได้ ดังนี้ สินค้า ราคา ช่องทางการจัดจำหน่าย และด้านการส่งเสริมการตลาด ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ปัจจัยด้านอายุ มีความสัมพันธ์กับช่องทางการจัดจำหน่ายและด้านการส่งเสริมการตลาด ปัจจัยระดับการศึกษาของผู้ปกครอง มีความสัมพันธ์กับปัจจัยด้านราคาและด้านการส่งเสริมการตลาด ปัจจัยรายได้รวมของครอบครัวต่อเดือนมีความสัมพันธ์กับปัจจัยด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ด้านสินค้า ด้านราคา ปัจจัยอาชีพของผู้ปกครองมีความสัมพันธ์กับปัจจัยด้านช่องทางการจัดจำหน่าย และปัจจัยบุคคลอ้างอิง มีความสัมพันธ์กับปัจจัยด้านสินค้า ด้านราคา
The research aimed to study the marketing mix factors affecting decision-making on learning Chinese of private university students in Bangkok and surrounding areas. The data of this research were obtained from the questionnaires, distributed to 400 Thai students who learned Chinese at private university in Bangkok and surrounding areas. Samples were selected by using multi-stage random sampling. The statistics used in data analysis composed of frequency, Standard Derivation, t-test, F test and Pearson Product Moment Correlation. The research found that mosts of the samples in this study are female (71.80%), aged 20 years old (48%), had Bachelor’s degree (55.5%), was a private staff (29%), income 40,000 Baht per month (31.5%). The main factors that affected the decision-making on learning Chinese of private university Thai students were personal reasons, guided from teacher (37%). The main responsibility was looking after their family members (34.3%). It was found at a high level as shown in a descending order product, price, distribution and marketing promotion. The test of hypothesis showed that the age average of the samples was related to distribution and marketing promotion factors. The parent’s education level was related to price and promotion factors. The household income was consistent with distribution, product, and price factors. The parents’ occupation was related to distribution and the household income factors. The referee was related to the product and price factors.