สารนิพนธ์พ.ศ. 2563

ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากร เทศบาลนครรังสิต

Performance Efficiency of Personnel in Rangsit Municipality

ผู้จัดทำ: แก้วตา ศรีเสาวลักษณ์
ระดับการศึกษา: ปริญญาโท
สาขาวิชา/กลุ่มสาขา: หลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการภาครัฐและเอกชน
อาจารย์ที่ปรึกษา: พงษ์ศักดิ์ เพชรสถิตย์
0 เข้าชม 0 ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดเอกสาร

บทคัดย่อ (ภาษาไทย)

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากร เทศบาลนครรังสิต กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ บุคลากรเทศบาลนครรังสิต จำนวน 137 คน โดยการเปิดตารางเลขสุ่มของ เครจซี; และ มอร์แกน (Krejcie; & Morgan. 1970) สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ คำความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Mean) และส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน (Standard Deviation: S.D.) ผู้วิจัยใช้การทดสอบที่ (Independent t-test) ใช้การวิเคราะห์ ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) และทดสอบรายคู่โดยวิธี Scheffe ผลการวิจัย พบว่า ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากร เทศบาลนครรังสิต โดยรวมและด้านคุณภาพ ของงาน ด้านปริมาณงาน ด้านเวลา และด้านค่าใช้จ่าย อยู่ในระดับมาก ($\bar{X}$ = 3.60, S.D. = 0.20) เมื่อ จำแนกรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านปริมาณงาน ($\bar{X}$ = 3.62, S.D. = 0.36) รองลงมา คือ ด้านเวลา ($\bar{X}$ = 3.62, S.D. = 0.38) และด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ด้านค่าใช้จ่าย ($\bar{X}$ = 3.57, S.D. = 0.38) ตามลำดับ ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า บุคลากรที่มี เพศ การศึกษา มีความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพ ในการปฏิบัติงานของบุคลากรเทศบาลนครรังสิต แตกต่างกันมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนบุคลากร ที่มีอายุ สถานภาพ ประเภทของบุคลากร ประสบการณ์การทำงาน รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่แตกต่างกัน

Abstract (English)

This research has the objective was to study the performance efficiency of personnel in Rangsit Municipality. The sample group used in this study was 137 personnel in Rangsit Municipality by opening a random number table of Krejcie; & Morgan (1970). The statistics used in the research were frequency, percentage, mean, Standard Deviation, the independent t-test, One-way ANOVA and Scheffe test. The research results found that the performance efficiency of personnel in Rangsit Municipality in overall and the quality of work, workload, time, and the cost were a high level ($\bar{X}$ = 3.60, S.D. = 0.20). When considering each aspect side found that at the workload has the highest mean ($\bar{X}$ = 3.62, S.D. = 0.36), time ($\bar{X}$ = 3.62, S.D. = 0.38), and the cost has the least average ($\bar{X}$ = 3.57, S.D. = 0.38) respectively. The hypothesis testing results found that personnel with sex, education had opinions on the performance efficiency of personnel in Rangsit Municipality statistically significant difference at the .05 level, while the age, status, type of personnel, work experience and average monthly income not different.