การวิจัยนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาถึงแรงจูงใจในการปฏิบัติหน้าที่และศึกษาเปรียบเทียบแรงจูงใจในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ ตามข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา ระดับชั้นยศ ระยะเวลาปฏิบัติราชการ และระดับเงินเดือนของข้าราชการตำรวจ สถานีตำรวจภูธรคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจสถานีตำรวจภูธรคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จำนวน 322 คน โดยสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย ค่าความถี่ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐาน โดยใช้สถิติทดสอบการแจกแจงแบบที (t-test) การวิเคราะห์ค่าความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) และทดสอบเป็นรายคู่ในกรณีที่มีความแตกต่างกัน โดยวิธี LSD ผลการศึกษาพบว่า ข้าราชการตำรวจสถานีตำรวจภูธรคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี มีแรงจูงใจในการปฏิบัติหน้าที่ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( =4.04) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า แรงจูงใจในการปฏิบัติหน้าที่อยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยแรงจูงใจด้านความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ( = 4.44) รองลงมาคือ ด้านสภาพแวดล้อมในการทำงาน ( = 4.33) ด้านค่าตอบแทนในการปฏิบัติหน้าที่ ( = 4.17) ด้านความสำเร็จในการปฏิบัติงาน ( = 3.99) ด้านสวัสดิการในการปฏิบัติหน้าที่ ( = 3.94) ด้านความสัมพันธ์กับผู้บังคับบัญชา ( = 3.70) ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านความก้าวหน้าในการปฏิบัติหน้าที่ ( = 3.69) ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ข้าราชการตำรวจที่มีอายุ ระดับการศึกษา ระดับชั้นยศ ระยะเวลาปฏิบัติราชการ และระดับเงินเดือนที่แตกต่างกัน มีแรงจูงใจในการปฏิบัติหน้าที่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนเพศที่แตกต่างกัน ไม่มีผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจสถานีตำรวจภูธรคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
The objective of this research is to study work motivation and comparing it followed by demographic gender, age, education, ranks, period of work, and income of police officers at Khlongluang District Police Station, Pathumthani province by using questionnaire for gathering data from sample groups of 322 police officers who are working at Khlongluang District Police Station, Pathumthani province. Statistics used in data analysis comprised frequency, percentage, Arithmetic mean, Standard Deviation, t-test, One-way ANOVA, and LSD method. Results revealed that the police officers at Khlongluang District Police Station, Pathumthani province had high level of work motivation ( = 4.04). Considering on each variable founded the high value in all dimensions. The relationship with colleagues had the highest average mean ( = 4.44), followed by workplace environment ( = 4.33), incentive ( = 4.17), work accomplishment ( = 3.99), welfare ( = 3.94), relationship with commander ( = 3.70), respectively. The lowest average mean was career growth ( = 3.69). The result of hypothesis testing found that the police officers who had different age, education, ranks, period of work, and income, the difference of work motivation reached statistical significance at .05 level. Nevertheless, gender variable did not effect to work motivation of the police officers at Khlongluang District Police Station, Pathumthani province.