การศึกษาเรื่องนี้ มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของข้าราชการทหาร สังกัดสำนักงานเลขานุการ กองบัญชาการกองทัพไทย และเปรียบเทียบการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของข้าราชการทหาร สังกัดสำนักงานเลขานุการ กองบัญชาการกองทัพไทย จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลของข้าราชการทหาร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ ข้าราชการทหาร สังกัดสำนักงานเลขานุการ กองบัญชาการกองทัพไทย จำนวน 142 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาเป็นแบบสอบถาม และใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล คือ แบบสอบถาม (Questionnaire) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ค่าสถิติ t-test ใช้เปรียบเทียบความแตกต่างของข้อมูล 2 กลุ่ม และค่าสถิติ F test ใช้เปรียบเทียบความแตกต่างของข้อมูลมากกว่า 2 กลุ่ม แล้วทดสอบเป็นรายคู่ด้วยวิธีของ LSD ผลการวิจัยพบว่า ข้าราชการทหารที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เพศหญิง ร้อยละ 66.4 อายุ 20-30 ปี ร้อยละ 29.4 ระดับการศึกษาปริญญาตรี ร้อยละ 64.3 ระยะเวลาปฏิบัติงานน้อยกว่า 3 ปี ร้อยละ 23.8 อัตราเงินเดือน 10,000-20,000 บาท ร้อยละ 37.1 และระดับชั้นยศ จ.ส.ต.-จ.ส.อ. ร้อยละ 41.3 การพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของข้าราชการทหาร สังกัดสำนักงานเลขานุการ กองบัญชาการกองทัพไทย ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ระดับประสิทธิภาพการทำงานที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านจิตสำนึกในการให้บริการ รองลงมาคือ ด้านการทำงานเป็นทีม ด้านความรับผิดชอบในหน้าที่การงาน ด้านการตระหนักถึงประโยชน์ส่วนรวมขององค์การ และด้านความรู้ความสามารถในงาน ตามลำดับ ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า การพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของข้าราชการทหาร สังกัดสำนักงานเลขานุการ กองบัญชาการกองทัพไทย ที่มีเพศและระดับชั้นยศต่างกัน มีการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 การพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของข้าราชการทหาร สังกัดสำนักงานเลขานุการ กองบัญชาการกองทัพไทย ที่มีอายุ ระดับการศึกษา ระยะเวลาการปฏิบัติงาน และอัตราเงินเดือนต่างกัน มีการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน ไม่แตกต่างกัน
This research attempted to study the personnel development in job efficiency of Secretarial office and to compare the personnel development in job efficiency, classified by their personal factors. Respondents were 142 officers and workers of the Secretarial office. A questionnaire was used for collecting the data. The collected data were analyzed by using SPSS Version 12 for Windows for the percentage, mean, S.D., t-test, F test and LSD method. The study revealed that The majority of the respondents are female (66.4%), aged between 20-30 years old (29.4%), had Bachelor degree (64.3%), have been in the office for Less than 3 years (23.8%), had average monthly income between 10,000-20,000 Baht (37.1%), had average range of army SM 1-SM 3 (41.3%). The overall development in job effectiveness of the personnel of Secretarial office was at a high level, especially in the aspect of service-mind, followed by teamwork, job responsibility, aspect of organizational contribution, and job competencies, respectively. From testing hypotheses, found that there were significant different at .05 of the development in job effectiveness of the personnel of secretarial office in terms of gender, range of army, but there were not significant different in terms of age, education level, length of service, monthly income, and the average job classification level.