สารนิพนธ์พ.ศ. 2560

ทัศนคติที่มีต่อการทำนาแบบเกษตรอินทรีย์ของชาวนาในอำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด

The Attitudes toward Organic Farming in Changhan District, Roi Et Province

ผู้จัดทำ: นัตตชา ยามาโมโต้
ระดับการศึกษา: ปริญญาโท
สาขาวิชา/กลุ่มสาขา: หลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการภาครัฐและเอกชน
อาจารย์ที่ปรึกษา: วัชระ คำเขียว
0 เข้าชม 0 ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดเอกสาร

บทคัดย่อ (ภาษาไทย)

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับทัศนคติที่มีต่อการทำนาแบบเกษตรอินทรีย์ของชาวนาในอำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด 2) เพื่อเปรียบเทียบทัศนคติที่มีต่อการทำนาแบบเกษตรอินทรีย์ของชาวนาในอำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และ 3) เพื่อเสนอแนะการมีส่วนร่วมของชาวนาในการกำหนดนโยบายและนำนโยบายการทำนาแบบเกษตรอินทรีย์ไปปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงปริมาณโดยใช้แบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่างเป็นชาวนาที่ทำนาแบบเกษตรอินทรีย์ในอำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 160 ครัวเรือน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test F test และการทดสอบรายคู่โดยวิธี Least-Significant Different (LSD) ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นชาวนา ในตำบลดงสิงห์ เป็นเพศชาย มีอายุตั้งแต่ 56 ปี ขึ้นไป มีสถานภาพสมรส มีระดับการศึกษามัธยมศึกษา/ปวช. มีรายได้ต่อปี 50,001-60,000 บาท มีจำนวนหนี้สินของครอบครัว 100,001-200,000 บาท ระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในอำเภอจังหาร ตั้งแต่ 16 ปี ขึ้นไป และมีจำนวนผลผลิตข้าว (เกวียน) ต่อไร่ 1-5 เกวียน ระดับทัศนคติเกี่ยวกับการทำนาแบบเกษตรอินทรีย์ โดยภาพรวม พบว่า ชาวนามีทัศนคติเกี่ยวกับการทำนาแบบเกษตรอินทรีย์อยู่ในระดับมาก แต่เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านที่ได้ค่าคะแนนเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านแนวโน้มพฤติกรรมกับการทำนาแบบเกษตรอินทรีย์ รองลงมาคือ ด้านความเชื่อถือต่อการทำนาแบบเกษตรอินทรีย์และด้านความรู้สึกที่มีต่อการทำนาแบบเกษตรอินทรีย์ ตามลำดับ ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ชาวนาในอำเภอจังหารที่อาศัยอยู่ในตำบล และมีอายุต่างกัน มีทัศนคติเกี่ยวกับการทำนาแบบเกษตรอินทรีย์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และชาวนาในอำเภอจังหาร ที่มีจำนวนหนี้สินของครอบครัว และจำนวนที่ดินที่ใช้ทำนาต่างกัน มีทัศนคติเกี่ยวกับการทำนาแบบเกษตรอินทรีย์แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนชาวนาที่มีเพศ สถานภาพ ระดับการศึกษา รายได้ต่อปี ระยะเวลาที่อาศัยอยู่ในอำเภอจังหาร และจำนวนผลผลิตข้าว (เกวียน) ต่อไร่ ต่างกัน มีทัศนคติเกี่ยวกับการทำนาแบบเกษตรอินทรีย์ ไม่แตกต่างกัน ส่วนข้อเสนอแนะพบว่าชาวนาขอเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและนำนโยบายการทำนาแบบเกษตรอินทรีย์ไปปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และขอมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นประเด็นต่างๆ ที่ชาวนาอยากจะได้มากกว่าที่ภาครัฐนำเอามาให้ซึ่งบางครั้งเป็นสิ่งที่ชาวนาไม่ต้องการ คำสำคัญ ทัศนคติ, การทำนา, ชาวนา

Abstract (English)

This research aims to 1) study attitudes toward organic farming in Changhan district, Roi Et province, 2) compare their attitudes classified by personal factors, and 3) make suggestion for improvement. This is quantitative research by using a questionnaire. The samples were 160 households of farmers for organic farming in Changhan district in Roi Et province. The statistics used for data analysis were percentage, mean, Standard Deviation, t-test, F test, and Least-Significant Different (LSD). The results showed that mosts of respondents live in Dongsing district, male, aged 56 years old and over, marital status, have high school or vocational, had income 50,001-60,000 Baht per year, had debts 100,001-200,000 Baht, duration of stay in Changhan district from 16 years up, as well as had rice yield of 1-5 carts per rai. The level of attitudes toward organic farming in general showed at high level. Considering each aspect found 1 aspect at the highest level and 2 aspects at high level, as follows the trend toward organic farming, followed by the trust in organic farming, and the sense of organic farming, respectively. The results of hypothesis testing showed that sub-district and age had influence on attitude toward organic farming at .01 level of significance, and amount of family debt and amount of land had influence on their attitude at .05 level of significance, but gender, marital status, education, income, duration of stay in Changhan, and rice yield pertain had no influence on their attitude. The suggestions were that the farmers request to participate in policy provided and policy implementation of organic farming, to cooperate with government agencies. As well as the farmers would like to give their opinions in the issues that farmers want more than the government gives something that they do not want. Keywords Attitudes, Farming, Farmer