สารนิพนธ์พ.ศ. 2566

ความคิดเห็นของผู้บริหารและครูที่มีต่อการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนในอําเภอบ่อไร่ สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด

ผู้จัดทำ: ภราดร พูนทอง
ระดับการศึกษา: ปริญญาโท
สาขาวิชา/กลุ่มสาขา: หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
อาจารย์ที่ปรึกษา: สมนึก การีเวท
0 เข้าชม 1 ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดเอกสาร

บทคัดย่อ (ภาษาไทย)

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนในอําเภอบ่อไร่ และ 2) เปรียบเทียบการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนในอําเภอบ่อไร่ จําแนกตามเพศ ประสบการณ์ ทํางาน และขนาดสถานศึกษา ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูของโรงเรียน ในอําเภอบ่อไร่ จํานวน 227 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ แบ่งเป็น 3 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมูล ทั่วไปเกี่ยวกับสภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นแบบตรวจสอบรายการ ตอนที่ 2 แบบสอบถาม เกี่ยวกับการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนในอําเภอบ่อไร่ เป็นแบบสอบถามลักษณะมาตราส่วน ประมาณค่า 5 ระดับ จํานวน 30 ข้อ โดยมีค่า านาจจําแนกรายข้อระหว่าง 0.30-0.85 และค่าความ เชื่อมั่นทั้งฉบับ 0.94 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สําเร็จรูปทางสถิติโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที การทดสอบความแปรปรวนทางเดียว และตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ ต่อแนวทางการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนในอําเภอบ่อไร่ เป็นแบบสอบถามแบบปลายเปิด ผลการวิจัยพบว่า 1. การบริหารงานวิชาการของโรงเรียนในอําเภอบ่อไร่ สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาตราด โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด 1 ด้าน คือ ด้านการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ อยู่ในระดับมาก 4 ด้าน โดยเรียงลําดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหา น้อยตามลําดับ ได้แก่ ด้านการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา ด้านการ พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ด้านการนิเทศการศึกษา ด้านการวัดผล ประเมินผล และดําเนินการเทียบ โอนผลการเรียนการเทศการกราด้านการวัดผล ประเมินผล 2. ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนในอําเภอบ่อไร่ สังกัด สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด จําแนกตามเพศ ประสบการณ์ทํางาน และขนาด สถานศึกษา โดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน

Abstract (English)

This research aimed 1) to study the academic affairs administration of the schools in Bo Rai District, 2) to compare the academic affairs administration of the schools in Bo Rai District under the Trat Primary Educational Service Area Office classified by gender, work experience and school size. The population used in this research were obtained from 227 administrators and teachers from the schools in Bo Rai District altogether. The instruments used in this research were divided into 3 sections: 1) the check list questionnaire about general data of the respondents' status, 2) the questionnaire with the 5-rating scale, 30 items about the academic affairs administration of the schools in Bo Rai District. The discrimination was between 0.30-0.85. The reliability was 0.94. Computer package program was used for data analysis. Data were analyzed by mean, standard deviation, t-test, and One-way ANOVA, and 3) the open-ended questionnaire about the suggestions towards the academic affairs administration of the schools in Bo Rai District. The results of this research showed that: 1. The academic affairs administration of the schools in Bo Rai District under the Trat Primary Educational Service Area Office was at a high level overall. It was found that learning development was at the highest level, the other 4 aspects were at a high level, as follows: The internal assurance and educational standard, the curriculum development, the educational supervision, and the educational measurement, evaluation and the transformation, respectively. 2. The results of the comparative analysis of academic affairs administration of the schools in Bo Rai District under the Trat Primary Educational Service Area Office, classified by gender, work experience, and school size showed no difference overall and in each aspect.