วิจัยนี้ มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาสภาพการบริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา อำเภอลืออำนาจ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ กลุ่มตัวอย่างในการทำวิจัย คือ ครูผู้สอนในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา อำเภอลืออำนาจ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ จำนวน 80 คน และศึกษาแนวทางการบริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ดังกล่าว ผู้ให้ข้อมูลในการศึกษาแนวทางการบริหาร ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. การบริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา อำเภอลืออำนาจ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ ในภาพรวมการปฏิบัติงานอยู่ในระดับมาก ( = 3.75, S.D. = 0.20) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน ตามลำดับ ดังนี้ การบริหารงานงบประมาณ การบริหารงานวิชาการ การบริหารงานทั่วไป และการบริหารงานบุคคล 2. แนวทางการบริหารโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา อำเภอลืออำนาจ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ 1) ด้านการบริหารวิชาการ ควรมีการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอน ตามความต้องการของนักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชนและสังคมและอยู่ในกรอบของหลักสูตรแกนกลาง 2) ด้านการบริหารงบประมาณ ควรมีการทำงานเรื่องการเงินและพัสดุอย่างเป็นระบบ ตามระเบียบราชการโดยโปร่งใส มีการรายงานการใช้จ่ายงบประมาณไปยังผู้บังคับบัญชาทราบ สามารถตรวจสอบได้และเป็นปัจจุบัน 3) ด้านการบริหารบุคคล ควรมีการพัฒนาบุคลากรตามความต้องการของแต่ละบุคคล ตามความถนัด ความสนใจ เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในปฏิบัติงาน ส่งเสริมสนับสนุนบุคลากรให้ได้รับความก้าวหน้าในหน้าที่มีการเลื่อนวิทยฐานะ และ 4) ด้านการบริหารงานทั่วไป ควรมีการจัดทำแผนงานเพื่อพัฒนาโรงเรียนโดยความร่วมมือของทุกฝ่าย
This research aimed to study status on an administration of the expanding opportunities for education schools in Lueamnat district, the Amnatcharoen Educational Service Area Office from 80 teachers using a questionnaire; and to seek ways for school administration development by interviewing 5 school administrators. The data were analyzed by programmed computer composed of frequency, percentage, mean, and Standard Deviation also content analysis was used for the interview. The major findings revealed that 1\. Overall circumstances of school administration was at a "high" level ($\bar{X}$ = 3.75, S.D. = 0.20). Also every aspect of the school administration was at a "high" level, as follows: budgeting, academic, general administration, and personnel administration, respectively. 2\. Guidelines for the school administration are as follows: 1\) Academic administration, school curriculum should be developed in order to serve the needs of students, parents, communities and societies. This should be correspond to the core curriculum framework. 2\) Budgeting administration: systematic and transparent management of finance and procurement is recommended. This includes reporting to the higher superior, finance investigation, and information updating. 3\) Personnel administration: there should have projects to develop individual personnel according to their aptitudes and interests. This includes enhancing personnel to get higher position. And 4\) General administration: should make a cooperative plan for school development.