การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวกับสมรรถนะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลง เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารและครูเกี่ยวกับสมรรถนะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลง จำแนกตามเพศและประสบการณ์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้บริหารและครูโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดปทุมธานี จำนวน 226 คน ได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) เก็บแบบสอบถามได้ 176 คน คิดเป็นร้อยละ 77.88 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลใช้แบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ ของลิเคิร์ท มีความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม เท่ากับ 0.97 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน และทดสอบค่า t-test กับทดสอบ One-way ANOVA ผลการศึกษาพบว่า 1. ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง 125 คน คิดเป็นร้อยละ 71.02 มีประสบการณ์ในการทำงานมากกว่า 10 ปี ขึ้นไป มี 74 คน คิดเป็นร้อยละ 42.05 2. ความคิดเห็นของผู้บริหารและครูที่มีต่อสมรรถนะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดปทุมธานี อยู่ในระดับมากทุกด้าน ตามลำดับ ดังนี้ ด้านความสามารถในการกำหนดวิสัยทัศน์ (ค่าเฉลี่ย = 4.13) ด้านความสามารถในการควบคุม ดูแล และการมอบหมายงาน และด้านความสามารถในการคิด วิเคราะห์ (ค่าเฉลี่ย = 4.07) และด้านความสามารถในการสร้างแรงจูงใจ (ค่าเฉลี่ย = 4.00) 3. ความคิดเห็นของผู้บริหารและครูที่มีต่อสมรรถนะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดปทุมธานี จำแนกตามเพศและประสบการณ์ในการทำงาน ไม่แตกต่างกัน
This research aims to study an opinion of the administrators and teachers with the changes on performance of secondary school administrator in Pathumthani, classified by their gender and work experience. The samples used in the study are school administrators and teachers of secondary schools in Pathumthani, 226 people in total by stratified random sampling. The research instrument was a 5-scale rating questionnaire which had a reliability of 0.97. The researcher got the questionnaire back from 176 persons (77.88%). Data were analyzed using descriptive statistics, t-test, and F test. The results showed that 1. Mosts of the respondents are female (125 persons = 71.02%) and had working experience from 5 years and up (133 persons = 75.57%). 2. Gender and work experience had no influence on their opinions.