การศึกษาครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษาแนวทางพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ บุคลากร 468 คน ประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษา 144 คน และครูผู้สอน 324 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.33-0.86 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ .96 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test (Independent samples) F test (One-way ANOVA) และทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่โดยวิธีการของเชฟเฟ่ (Scheffe’) ผลการศึกษาพบว่า 1. ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 พบว่า โดยภาพรวมและรายด้านทุกด้านอยู่ในระดับมาก โดยด้านที่มีระดับพฤติกรรมสูงสุด คือ ด้านการเป็นแบบอย่างที่เหมาะสม รองลงมาคือ ด้านการคาดหวังผลการปฏิบัติงานของผู้ตามในระดับสูง ส่วนด้านที่มีระดับพฤติกรรมต่ำสุด คือ ด้านการเกื้อกูลการยอมรับเป้าหมายของกลุ่ม 2. เปรียบเทียบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 จำแนกตามสถานภาพ โดยภาพรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยผู้บริหารสถานศึกษามีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง มากกว่าครูผู้สอน 3. เปรียบเทียบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 จำแนกตามขนาดของสถานศึกษา โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนในสถานศึกษาขนาดใหญ่มีความคิดเห็นต่อภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงสูงกว่าผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนในสถานศึกษาขนาดเล็ก และสถานศึกษาขนาดกลาง ตามลำดับ
This study aimed to investigate the transformational leadership of the basic school administrators under the office of Phisanulok Primary Educational Service Area 2. The samples consisted 468 school personnel, including 144 school administrators and 324 teachers. The instrument used in the study was a 5-rating scale questionnaire which had a discrimination between 0.33-0.86 and a reliability of .96. The statistics used for data analysis were frequency, percentage, average, Standard Deviation, t-test (Independent samples), F test (One-way ANOVA), and test the difference in pairs by means of Scheffe. The study found that 1. The transformational leadership of the basic school administrators under the office of Phisanulok Primary Educational Service Area 2 found at a “high” level in every aspect. The appropriate sample aspect had the highest mean, followed the expectation of work quality from their subordinates aspect. The aspect of complementary recognition of a group purpose had the lowest mean. 2. The administrators’ opinion on the administrators’ transformational leadership was higher significant different than the teachers’ opinion at .01 level. 3. Size of school had influence on their opinion at .01 level of significance. The administrators and teachers working in a large school had higher mean score than small and medium schools.