การวิจัยนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาความคิดเห็นของครูผู้สอนต่อบทบาทการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียนของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา อำเภอเวียงสระ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 3 จำแนกตามประสบการณ์ในการทำงานและขนาดของสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูผู้สอน จำนวน 92 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอร์ แจกแจงความถี่ หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าที (t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One-way ANOVA) ผลการศึกษาพบว่า 1. ความคิดเห็นของครูผู้สอนต่อบทบาทการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียนของผู้บริหารสถานศึกษา โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมาก 3 ด้าน และปานกลาง 2 ด้าน ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การกำหนดนโยบายในการทำวิจัยในชั้นเรียน ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด คือ การส่งเสริมให้เกิดความสำเร็จของการทำวิจัยในชั้นเรียน 2. ความคิดเห็นของครูผู้สอนต่อบทบาทการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียนของผู้บริหารสถานศึกษา โดยจำแนกตามประสบการณ์ในการทำงานและขนาดสถานศึกษา พบว่า ครูผู้สอนที่มีประสบการณ์ในการทำงานและขนาดสถานศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อบทบาทการส่งเสริมการทำวิจัยในชั้นเรียนของผู้บริหารสถานศึกษา โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
The objective of this research was to study opinion of teacher towards the role in enhancing classroom action research of the school administrators in educational opportunity expansion school, Wiengsa district under the Suratthani Primary Educational Service Area Office 3, according to teachers’ work experience and size of the school involved. The samples included 92 teachers working in these schools. The instrument was a 5-rating scale questionnaire. The data were analyzed by the statistical package using frequencies of distribution, percentage, Standard Deviation, t-test, and F test. The findings of the study revealed as follows 1. The administrator’s role in enhancing classroom action research was at a “high” level. Considering each aspect found 3 aspects were at high level and 2 aspects were at moderate level. The classroom action research policy formulation had the highest mean score, whereas the supporting for achievement of classroom action research had the lowest mean score. 2. Working experience and size of school involved had influence on their opinions at .05 level of significantly difference.