การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาประสิทธิภาพผู้บริหารสถานศึกษาตามทรรศนะของข้าราชการครูในศูนย์เครือข่ายโรงเรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่ 5 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมาเขต 7 และ 2) เปรียบเทียบประสิทธิภาพของผู้บริหารสถานศึกษา ตามทรรศนะของข้าราชการครูในศูนย์เครือข่ายโรงเรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่ 5 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 จำแนกตามคุณลักษณะส่วนบุคคลของข้าราชการครู ประกอบด้วย เพศ อายุ ระดับการศึกษา และประสบการณ์การทำงาน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ข้าราชการครูในศูนย์เครือข่ายเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่ 5 จำนวน 125 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่น 0.981 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าที (t-test) ค่าเอฟ (F test) สำหรับตัวแปรตั้งแต่สามกลุ่มขึ้นไป และวิเคราะห์เพิ่มเติมด้วยวิธีของเชฟเฟ่ ในกรณีที่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการวิจัยพบว่า 1. ประสิทธิภาพของผู้บริหารสถานศึกษาตามทรรศนะของข้าราชการครูในศูนย์เครือข่ายโรงเรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่ 5 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านที่เห็นว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ ด้านงานบริหารงบประมาณ รองลงมา คือ ด้านงานบริหารทั่วไป และด้านงานวิชาการ ส่วนด้านที่เห็นว่ามีประสิทธิภาพน้อยที่สุด คือ ด้านงานบุคคล 2. ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบประสิทธิภาพของผู้บริหารสถานศึกษาตามทรรศนะของข้าราชการครูในศูนย์เครือข่ายโรงเรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่ 5 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 พบว่า 2.1 ข้าราชการครูที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพของผู้บริหารสถานศึกษา ทั้งในภาพรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน 2.2 ข้าราชการครูที่มีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพของผู้บริหารสถานศึกษาในภาพรวมและรายด้านแตกต่างกัน ที่ระดับ .05 2.3 ข้าราชการครูที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพของผู้บริหารสถานศึกษาในภาพรวมไม่แตกต่างกัน เมื่อเปรียบเทียบรายด้าน พบว่า ด้านงานบุคคล แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ด้านอื่นๆ ไม่แตกต่างกัน 2.4 ข้าราชการครูที่มีประสบการณ์การทำงานต่างกัน มีความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพผู้บริหารสถานศึกษาในภาพรวมไม่แตกต่างกัน เมื่อเปรียบเทียบรายด้าน พบว่า ด้านงานวิชาการ แตกต่างกันมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนด้านอื่นๆ ไม่แตกต่างกัน
The purposes of this study were to 1) study teachers' opinion school administrator's efficiency in the School Networking Center for Quality Educational Development Region 5, Nakhonratchasima Primary Educational Service Area Office 7, and 2) compare their opinions, classified by gender, age, educational level, and work experiences. The samples of this study were 125 teachers in the networking center by simple random sampling. The instrument for data collection was a 5-point rating scale questionnaire with a reliability of 0.981. The statistics used for data analyses were frequency, mean, standard deviation, t-test, F test, and Scheffe' Method. The results of this study were as follows: 1\. The efficiency of the school administrators in an overall was at a high level. The highest aspect was budget management, followed by general management, academic affairs, effectively. The least aspect was personnel management. 2\. Comparing the efficiency of the school administrators, it was found that 2.1 Male and female teachers had their opinions on the school administrators not difference either as a whole or each aspect. 2.2 Different aged teachers had difference opinions on the school administrator's efficiency as a whole and each aspect at .05 level of significance. 2.3 Different educational level teachers had no difference opinion on the school administrator's efficiency as a whole. Considering each aspect, it was found that the personnel management aspect was significant different at .05 level. 2.4 Different working experience teachers had no difference opinion on the school administrator's efficiency. Considering each aspect, it was found that the academic affairs management aspect was significant different at .05 level.