สารนิพนธ์พ.ศ. 2555

ความคิดเห็นต่อวิธีการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7

The Opinion On Conflict Administration Of School Administrators Under Nakhonratchasima Primary Educational Service Area Office 7

ผู้จัดทำ: มณีรัตน์ สุปะมา
ระดับการศึกษา: ปริญญาโท
สาขาวิชา/กลุ่มสาขา: หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
อาจารย์ที่ปรึกษา: พีระพงษ์ สิทธิอมร
0 เข้าชม 0 ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดเอกสาร

บทคัดย่อ (ภาษาไทย)

การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมาย 1) เพื่อศึกษาการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 7 และ 2) เพื่อเปรียบวิธีการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 จำแนกตามเพศ ประสบการณ์ และขนาดของโรงเรียน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา จำนวน 188 คน ได้ขนาดกลุ่มตัวอย่างตามหลักเกณฑ์ของ ยามาเน (Yamane) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีความเชื่อมั่น .96 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน หาค่าที (t-test) และค่าเอฟ (F test) ผลการวิจัยพบว่า 1. ความคิดเห็นต่อวิธีการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก 2. ความคิดเห็นต่อวิธีการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 พบว่า ประสบการณ์การทำงานต่ำกว่า 10 ปี กับประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พิจารณาโดยรวมและรายด้านมีความคิดเห็นต่อวิธีบริหารความขัดแย้ง ไม่แตกต่างกัน 3. ความคิดเห็นต่อวิธีการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 เพศชายและเพศหญิงมีความคิดเห็นต่อวิธีบริหารความขัดแย้ง พิจารณาโดยรวม พบว่า ไม่แตกต่างกัน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านวิธีบริหารความขัดแย้งแบบวิธีประนีประนอมมีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. ความคิดเห็นต่อวิธีการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7 พิจารณาตามขนาดของโรงเรียนขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ พบว่า ความคิดเห็นโดยรวมและรายด้านมีความคิดเห็นต่อวิธีบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษา ไม่แตกต่างกัน

Abstract (English)

The purposes of this study were to 1) study the conflict of administration of the school administrators in Nakhonratchasima Primary Educational Service Area Office 7 and 2) compare the conflict of the school administrators according to their gender, work experience, and school size. The sample of this study were 188 school administrators in Nakhonratchasima Primary Educational Service Area Office 7, by Yamane’s method. The instrument for data collection was a 5-point rating scale questionnaire with an alpha reliability of .96. Statistics used for data analyses were frequency, percentage, mean, standard deviation, t-test, and F test. The results of this study were as follows 1. The opinion toward the conflict administration of the school administrators at Nakhonratchasima Primary Educational Service Area Office 7 considered as a whole and as aspects was at a high level. 2. The opinion toward the conflict administration of the school administrators considered by work experiences between ten years of experienced and more than ten years experienced had no significance differences. 3. The opinion toward the conflict administration of the school administrators considered by gender between male and female as whole had no significance difference but found significant difference in an aspect of compromising method at .05 level. 4. The opinion toward the conflict administration of the school administrators considered by the school size both as a whole and each aspect were not significant different.