การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาและเปรียบเทียบความต้องการและแนวทางการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการบริหารงานของโรงเรียนเขาสมิงวิทยาคม จงจินต์รุจิรวงศ์อุปถัมภ์ อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด จำแนกตามเพศและระดับชั้นของนักเรียน โดยครอบคลุมสาระการบริหารจัดการทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านการบริหารวิชาการ ด้านการบริหารงานงบประมาณ ด้านการบริหารงานบุคคล และด้านการบริหารงานทั่วไป กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้ปกครองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนเขา-สมิงวิทยาคม จงจินต์รุจิรวงศ์อุปถัมภ์ อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด จำนวน 297 คน โดยใช้การสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ โดยมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.92 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า 1. ความต้องการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการบริหารโรงเรียนเขาสมิงวิทยาคม จงจินต์-รุจิรวงศ์อุปถัมภ์ อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ความต้องการของผู้ปกครองในการมีส่วนร่วมการบริหารงานโรงเรียนอยู่ในระดับปานกลางทุกด้าน เรียงตามลำดับคะแนนเฉลี่ยมากไปหาน้อย ดังนี้ ความต้องการด้านการบริหารงานวิชาการ ความต้องการด้านการบริหารงานบุคคล ความต้องการด้านการบริหารงานงบประมาณ และด้านความต้องการด้านการบริหารงานทั่วไป ตามลำดับ 2. ผลการทดสอบสมมติฐาน จำแนกตามเพศและระดับชั้นของนักเรียน พบว่า ความต้องการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการบริหารงานโรงเรียนเขาสมิงวิทยาคม จงจินต์รุจิรวงศ์อุปถัมภ์ อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด ที่มีเพศต่างกัน มีความต้องการในการมีส่วนร่วมการบริหารงานโรงเรียน ในภาพรวมและรายด้านทุกด้านแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่ไม่พบความแตกต่างในความต้องการการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองที่มีนักเรียนในปกครองต่างระดับชั้นเรียน 3. แนวทางการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการบริหารงานโรงเรียนมากที่สุด ในแต่ละด้าน ดังนี้ ด้านวิชาการ คือ การมีส่วนร่วมให้ความร่วมมือและสนับสนุนในการจัดกิจกรรม วันวิชาการ ด้านงบประมาณ ได้แก่ การมีส่วนร่วมในการระดมทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษา ด้านบุคลากร ได้แก่ การมีส่วนร่วมให้การสนับสนุนเกี่ยวกับสวัสดิการของบุคลากรในโรงเรียน ด้านบริหารทั่วไป ได้แก่ การมีส่วนร่วมให้ข้อมูลแก่ทางโรงเรียนเมื่อพบปัญหาเกี่ยวกับด้านบริหารทั่วไป
This research aimed to study and compare the requirements and guidelines for the participation of parents in the administration of the Khaosmingwittayakhom school, Khaosming district, Trat province, classified by gender and class level, covering 4 aspects: an academic administration, budget management, personnel management, and general management. Samples used in this study comprised 297 parents of MS. 1-6 students at the Khaosmingwittayakhom school through simple random sampling. Instruments used to collect data was a 5-rating scale questionnaire which had a reliability of 0.92. Statistics used in data analysis were percentage, mean, Standard Deviation, and t-test. The results showed that: 1. Needs for the involvement of parents in the Khaosming school both in an overall and each aspect were at a moderate level, as follows: the academic administration aspect, the personnel management aspect, the budget management aspect, and the general administration aspect, respectively. 2. Results from hypotheses testing found that the male and female parents had the needs for participating in the school management both an overall and each aspect significantly difference at .05 level, was not significant different according to class level of students. 3. Guidelines in school management of the students' parents in each aspect were as follows: the academic aspect was to co-operate and to support in "day scholars" activities, the budget aspect was a mobilization of resources and investment for education, the personnel aspect was to involve in supporting welfare for education personnel, and the general administration aspect was to involve in contribution to problems of school administration.