การศึกษาครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาและเปรียบเทียบภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษา โดยจำแนกตามระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงาน ในโรงเรียนขยายโอกาสของอำเภอวาริชภูมิและอำเภอพรรณานิคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 2 กลุ่มตัวอย่างเป็นข้าราชการครู จำนวน 170 คน จาก 18 โรงเรียน จำแนกตามระดับการศึกษาและประสบการณ์ในการทำงาน โดยใช้แบบสอบถาม ลักษณะแบบสอบถามเป็นแบบตรวจสอบรายการ (Check list) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test โดยนำไปทดลองสอบถาม (Try-out) กับกลุ่มทดลองสอบ จำนวน 30 คน เพื่อหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แอลฟา (Alpha Coefficient) ตามวิธีของครอนบาค (Cronbach) มีค่าความเชื่อมั่นแบบสอบถามได้เท่ากับ 0.971 ผลการวิจัยพบว่า 1. ประสิทธิผลของภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนขยายโอกาสของอำเภอวาริชภูมิและอำเภอพรรณานิคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 2 โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก ( = 3.72) และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ประสิทธิผลของภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาแบบเปลี่ยนสภาพ และแบบแลกเปลี่ยน อยู่ในระดับมาก 6 ด้าน เรียงตามลำดับคะแนนเฉลี่ยมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านความเสน่หา ( = 3.81) ด้านการดลใจ ( = 3.80) ด้านการกระตุ้นการใช้ปัญญา ( = 3.72) ด้านการบริหารแบบวางเฉย ( = 3.68) ด้านการให้รางวัลตามสถานการณ์ ( = 3.65) และด้านการมุ่งความสัมพันธ์เป็นรายคน ( = 3.64) 2. ผลการทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติ t-test พบว่า ประสิทธิผลของภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนขยายโอกาสของอำเภอวาริชภูมิและอำเภอพรรณานิคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 2 ที่มีระดับการศึกษาต่างกันมีความคิดเห็นต่อประสิทธิผลภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาไม่แตกต่างกัน (t = -.063, p = .950) เมื่อเปรียบเทียบรายด้าน พบว่า ทุกด้าน ไม่แตกต่างกัน 3. ผลการทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติ t-test พบว่า ประสิทธิผลของภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนขยายโอกาสของอำเภอวาริชภูมิและอำเภอพรรณนานิคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 2 ที่มีประสบการณ์การทำงานต่างกันมีความคิดเห็นต่อประสิทธิผลของภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนขยายโอกาสไม่แตกต่างกัน (t = -.010, p = .992) เมื่อเปรียบเทียบรายด้าน พบว่า ทุกด้านไม่แตกต่างกัน
The objectives of the research were to study and compare the leadership of school administrators in extension schools in Waritchaphum and Pannanikom districts under Sakonnakorn Educational Service Area Office 2. The samples were 180 teachers from 18 schools. The check-list form questionnaire was used for data collecting. The data were tested by using frequency distribution, percentage, mean, standard deviation and t-test. The questionnaire was tried-out to 30 samples finding Cronbach alpha coefficient at a reliability of 0.971. Findings showed that 1. Effectiveness of the leadership of school administrators in extension schools in Waritchaphum and Pannanikom districts under Sakonnakorn Educational Service Area Office 2 was at high level ( = 3.72). Considering on each aspect, transformational leadership and transactional leadership were at high level, ranging from high to low average idealized influence ( = 3.81), inspirational motivation ( = 3.80), intellectual stimulation ( = 3.72), management-by-exception ( = 3.68), contingent reward ( = 3.65), and individual consideration ( = 3.64), respectively. 2. Education level had no influence on overall opinion toward effectiveness of the leadership of school administrators in extension schools in Waritchaphum and Pannanikom districts under Sakonnakorn Educational Services Area Office 2, also on each aspect (t = -.063, p = .950). 3. Work experience had no influence on overall opinion toward effectiveness of the leadership of school administrators in extension schools in Waritchaphum and Pannanikom districts under Sakonnakorn Educational Service Area Office 2, also on each aspect (t = -.010, p = .992).