สารนิพนธ์พ.ศ. 2555

แรงจูงใจการปฏิบัติงานของครูที่สอนเด็กปฐมวัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 2

The Motivation on Pre-School Teachers Working, Sakonnakorn Educational Service Area Office 2

ผู้จัดทำ: สุปราณี บุญรักษา
ระดับการศึกษา: ปริญญาโท
สาขาวิชา/กลุ่มสาขา: หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
อาจารย์ที่ปรึกษา: สำเร็จ โพธิวรรณา
0 เข้าชม 0 ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดเอกสาร

บทคัดย่อ (ภาษาไทย)

การวิจัยนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาการสร้างเสริมแรงจูงใจของครูที่สอนเด็กปฐมวัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 2 และ 2) เปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูที่สอนเด็กปฐมวัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 2 โดยจำแนกตามเพศ อายุ และระดับการศึกษา เพื่อทราบถึงแรงจูงใจการปฏิบัติงานของครูที่สอนเด็กปฐมวัย จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามมีจำนวนทั้งสิ้น 156 คน เลือกจากครูที่สอนเด็กปฐมวัยในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 2 โดยใช้การสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลและทดสอบสมมติฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) และค่าที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า 1. แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูที่สอนเด็กปฐมวัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต 2 โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก ( = 4.00) และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูที่สอนเด็กปฐมวัย อยู่ในระดับมาก ทั้ง 10 ด้าน เรียงตามลำดับคะแนนเฉลี่ยมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านความมั่นคงในงาน ( = 4.11) ด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ( = 4.10) ด้านความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติงาน ( = 4.06) ด้านสภาพแวดล้อมในการทำงาน ( = 4.05) ด้านลักษณะของงาน ( = 4.03) ด้านเงินเดือนและผลประโยชน์เกื้อกูล ( = 4.02) ด้านความสำเร็จของงาน ( = 4.00) ด้านโยบายและการบริหารงาน ( = 3.98) ด้านการได้รับการยอมรับนับถือ ( = 3.85) และด้านความก้าวหน้าในหน้าที่ ( = 3.79) 2. แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูที่สอนเด็กปฐมวัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 2 ที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อเปรียบเทียบรายด้าน พบว่า มี 6 ด้าน ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ได้แก่ ด้านความสำเร็จของงานแตกต่างกัน ด้านการได้รับการยอมรับนับถือแตกต่างกัน ด้านลักษณะของงาน ด้านความก้าวหน้าในหน้าที่ ด้านความมั่นคงในงาน และด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ส่วนด้านอื่นๆ ไม่แตกต่างกัน 3. แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูที่สอนเด็กปฐมวัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 2 ที่มีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อเปรียบเทียบรายด้าน พบว่า มี 4 ด้าน ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ได้แก่ ด้านความสำเร็จของงาน ด้านการได้รับการยอมรับนับถือ ด้านเงินเดือนและผลประโยชน์เกื้อกูล และด้านสภาพแวดล้อมในการทำงาน ส่วนด้านอื่นๆ ไม่แตกต่างกัน 4. แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูที่สอนเด็กปฐมวัย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 2 ที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน เมื่อเปรียบเทียบรายด้าน พบว่า ด้านอื่นๆ ไม่แตกต่างกัน

Abstract (English)

The objectives of the research were to study and compare the role of school administrations that affecting the motivation to work of pre-school teachers, Sakonnakorn Educational Service Area Office 2, according to gender, age, and education level. The research samples were 156 pre-school teachers in Sakonnakorn Educational Service Area Office 2 selected by simple random sampling. The questionnaire was used for data collecting. The data were analyzed by using percentage, mean, standard deviation, and t-test. Findings revealed that 1. The motivation to work of pre-school teachers, Sakonnakorn Educational Service Area Office 2 was at high level ( = 4.00). Considering each aspect. It was found that all 10 aspects were at high level, ranging from high to low stability aspect ( = 4.11), personnel relationship aspect ( = 4.10), responsibility aspect ( = 4.06), work environment aspect ( = 4.05), work itself aspect ( = 4.03), salary and benefit aspect ( = 4.02), work achievement aspect ( = 4.00), policy and management aspect ( = 3.98), recognition aspect ( = 3.85), and advancement aspect ( = 3.79), respectively. 2. Gender had influence on overall opinion at .05 statistically significance level and on 6 aspects at .05 statistically significance level work achievement aspect, recognition aspect, work itself aspect, advancement aspect, stability aspect, personnel relationship aspect, but had no influence on others. 3. Age had influence on overall opinion at .05 statistically significance level and on 4 aspects at .05 statistically significance level work achievement aspect, recognition aspect, salary and benefit aspect, and work environment aspect and had no influence on others. 4. Education level had no influence on overall opinion and each aspect