การศึกษาครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาความต้องการขยายโอกาสพัฒนาตนเองของครูโรงเรียนประถมศึกษาในศูนย์เครือข่ายการศึกษาที่ 5 อำเภอพรรณานิคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 2 โดยศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นข้าราชการครู จำนวน 86 คน จาก 15 โรงเรียน โดยจำแนกตามเพศ ตำแหน่ง ระดับการศึกษา และระยะเวลาในการปฏิบัติงาน ลักษณะของแบบสอบถามเป็นแบบตรวจสอบรายการ (Check list) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าที (t-test) โดยการนำแบบสอบถามไปทดลองใช้ (Try-out) กับกลุ่มทดลองใช้ จำนวน 30 คน เพื่อหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แอลฟา (Alpha Coefficiemt) ตามวิธีของครอนบาค (Cronbach. 1971) ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .929 ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพปัญหาความต้องการขยายโอกาสพัฒนาตนเองของครูโรงเรียนประถมศึกษาในศูนย์เครือข่ายการศึกษาที่ 5 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 2 โดยภาพรวมมีสภาพความต้องการขยายโอกาสพัฒนาตนเองของครูอยู่ในระดับมาก ( = 3.98) และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า มีสภาพความต้องการขยายโอกาสพัฒนาตนเอง อยู่ในระดับมาก ทั้ง 3 ด้าน เรียงตามลำดับคะแนนเฉลี่ยมากไปหาน้อย ได้แก่ ความต้องการขยายโอกาสการพัฒนาตนเอง ด้านความรู้ ( = 4.02) ความต้องการขยายโอกาสการพัฒนาตนเองด้านเจตคติ ( = 3.96) และความต้องการขยายโอกาสการพัฒนาด้านทักษะ ( = 3.95) 2. สภาพความต้องการขยายโอกาสพัฒนาตนเองของครูโรงเรียนประถมศึกษาในศูนย์เครือข่ายการศึกษาที่ 5 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 2 ที่มีเพศต่างกันมีความคิดเห็นต่อสภาพความต้องการขยายโอกาสพัฒนาตนเองไม่แตกต่างกัน (t = -.185, p = .118) เมื่อเปรียบเทียบรายด้าน พบว่า ทุกด้านไม่แตกต่างกัน 3. สภาพความต้องการขยายโอกาสพัฒนาตนเองของครูโรงเรียนประถมศึกษาในศูนย์เครือข่ายการศึกษาที่ 5 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 2 ที่มีตำแหน่งหน้าที่ต่างกันมีความคิดเห็นต่อสภาพความต้องการขยายโอกาสพัฒนาตนเองแตกต่างกัน (t = 2.222, p = .896) เมื่อเปรียบเทียบรายด้าน พบว่า ทุกด้านแตกต่างกันคือมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. สภาพความต้องการขยายโอกาสพัฒนาตนเองของครูโรงเรียนประถมศึกษาในศูนย์เครือข่ายการศึกษาที่ 5 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 2 ที่มีระดับการศึกษาต่างกันมีความคิดเห็นต่อสภาพความต้องการขยายโอกาสพัฒนาตนเองไม่แตกต่างกัน (t = -.532, p = .596) เมื่อเปรียบเทียบรายด้าน พบว่า ทุกด้านไม่แตกต่างกัน 5. สภาพความต้องการขยายโอกาสพัฒนาตนเองของครูโรงเรียนประถมศึกษาในศูนย์เครือข่ายการศึกษาที่ 5 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 2 ที่มีระยะเวลาปฏิบัติงานต่างกันมีความคิดเห็นต่อสภาพความต้องการขยายโอกาสพัฒนาตนเองไม่แตกต่างกัน (t = .462, p = .645) เมื่อเปรียบเทียบรายด้าน พบว่า ทุกด้านไม่แตกต่างกัน
The objective of the research was to study teachers needs on self-development opportunities in primary schools under the Network Administration Center 5, Pannanikom district, Sakonnakorn Educational Service Area Office 2. The samples were 86 teachers from 15 schools. The questionnaire was used for data collecting. The data were analyzed by using frequency distribution, percentage, mean, standard deviation, and t-test. The questionnaire was tried-out to 30 samples finding Cronbach alpha coefficient at reliability .929. Findings showed that 1. The teachers needs on self-development opportunities in primary schools under the Network Administration Center 5, Pannanikom disrtict, Sakonnakorn Educational Service Area Office 2 was at high level ( = 3.98). Considering on each aspect, there were 3 aspects at high level, ranging from high to low knowledge improving ( = 4.02), attitude improving ( = 3.96), and skills improving ( = 3.95). 2. Gender had no influence either on overall opinion or each aspect (t = -.185, p = .118). 3. Position had influence on overall opinion (t = 2.222, p = .896) and each aspect at .05 statistically significance. 4. Education level had no influence either on overall opinion or each aspect. (t = -.532, p = .596) 5. Work experience had no influence either on overall opinion or each aspect. (t = .462, p = .645)