งานวิจัยนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาสภาพการบริหารจัดการระบบสารสนเทศของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรีเขต 3 และเพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นที่มีต่อสภาพการบริหารจัดการระบบสารสนเทศของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรีเขต 3 จำแนกตามเพศ ตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบ และประสบการณ์การทำงาน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหาร ครูฝ่ายวิชาการ และครูผู้ทำหน้าที่ดูแลระบบสารสนเทศ ที่ปฏิบัติหน้าที่โรงเรียนในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรีเขต 3 ที่ได้จากการสุ่มอย่างง่าย (Simple random sampling) ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 152 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวน แบบจำแนกทางเดียว (One-way ANOVA) และและทดสอบสมมติฐานโดยใช้ค่าที (t-test independent) ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพการบริหารจัดการระบบสารสนเทศของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรีเขต 3 ในภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง 2. จากการวิเคราะห์ความแปรปรวนเพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นที่มีต่อสภาพการบริหารจัดการระบบสารสนเทศของโรงเรียนในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรีเขต 3 ระหว่างผู้บริหารโรงเรียน ครูวิชาการ และครูผู้ทำหน้าที่ดูแลระบบสารสนเทศในภาพรวม พบว่าไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ 3. จาการวิเคราะห์ความแปรปรวนเพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นที่มีต่อสภาพการบริหารจัดการระบบสารสนเทศของโรงเรียนในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 ระหว่างผู้บริหารโรงเรียน ครูวิชาการ และครูผู้ทำหน้าที่ดูแลระบบสารสนเทศที่มีประสบการณ์ในการทำงานแตกต่างกัน ในภาพรวมพบว่าไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ 4. จากการเปรียบเทียบความคิดเห็นที่มีต่อสภาพการบริหารจัดการระบบสารสนเทศของโรงเรียนในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 ระหว่างผู้บริหารโรงเรียน ครูวิชาการ และครูผู้ทำหน้าที่ดูแลระบบสารสนเทศ ที่มีเพศต่างกันในภาพรวมพบว่าไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ
The purposes of the research were to study information system management in schools under the Office of Kanchanaburi Primary Educational Service Area 3, and to compare samples opinions, classified by their gender, position, and working experience. Samples included 152 school administrators, academic teachers, and teachers who were taking care of information systems of schools under Kanchanaburi Primary Educational Service Office 3. The research tool was a questionnaire. Statistics used in data analysis were percentage, mean, Standard Deviation (S.D.), one-way ANOVA, and t-test independent to test the hypothesis. Data were analyzed using SPSS. The results showed that 1. The management of the school information system under the Office of Kanchanaburi Primary Educational Service Area 3 in an overall was at a moderate level. 2. From analysis of variance to compare their opinions on the state of information system management in schools under the Kanchanaburi Primary Educational Service Area 3 among the school administrators, academic teachers, and the teachers who were taking care information system as a whole was not significant different. 3. From analysis of variance to compare their opinions on the state of information system management in schools under the Kanchanaburi Primary Educational Service Area 3 among the school administrators, academic teachers and teachers who talking care information system with different experience had no significantly difference. 4. Comparing their opinions between male and female had no significantly difference