งานวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาสภาพการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 และเพื่อเปรียบเทียบสภาพการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 จำแนกตามตำแหน่งหน้าที่ ประสบการณ์การทำงาน และขนาดของโรงเรียน กลุ่มตัวอย่าง ได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม โดยกลุ่มแรก คือ ผู้บริหารทั้งหมด 81 คน กลุ่มที่ 2 คือ ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 1,858 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้ตารางสำเร็จรูปของเครจซีและมอร์แกน ได้กลุ่มตัวอย่าง 241 คน รวมทั้งหมด 322 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม เป็นแบบประเมินค่า 5 ระดับ จำนวน 50 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.98 การวิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test independent) ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 ในภาพรวม มีระดับคะแนนการปฏิบัติ อยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ด้านการคัดกรองนักเรียน ด้านการส่งเสริมและพัฒนานักเรียน ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหา มีระดับคะแนนการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนด้านการส่งต่อนักเรียน มีระดับคะแนนการปฏิบัติ อยู่ในระดับมาก 2. เมื่อทำการเปรียบเทียบความคิดเห็นระหว่างผู้บริหารกับครูและบุคลากรทางการศึกษาเกี่ยวกับสภาพการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 พบว่า ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ 3. เมื่อทำการเปรียบเทียบความคิดเห็นระหว่างผู้บริหารและครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีประสบการณ์ในการทำงานต่ำกว่า 25 ปี และ 25 ปี ขึ้นไป เกี่ยวกับสภาพการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 พบว่า ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ 4. เมื่อทำการเปรียบเทียบความคิดเห็นระหว่างระหว่างผู้บริหารและครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เกี่ยวกับสภาพการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 พบว่า ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ
This research aimed to study the students-cared system of schools under Kanchanaburi Primary Educational Service Area Office 3 and compare the states of the caring according to samples position, working experience, and school-sized. Samples derived from a random cluster sampling by the first group comprised all 81 administrators and the second group composed of 241 teachers and educational personnel from 1,858 people by using Krejcie and Morgans table. An instrument was a 5-scale rating questionnaire total of 50 items, which had a reliability of 0.98. The data were analyzed by percentage, mean ( ), Standard Deviation (S.D.), and t-test independent. Results showed that 1. The states of the students-cared system of schools under the Office of Kanchanaburi Primary Educational Service Area 3 in the overall level of performance was at a moderate level. Considering each aspect was found that the knowing individual students, the screening of students, the promotion and development of students and the prevention and resolution were at moderate level, but the student-transferred was at a high level. 2. Comparing opinions between administrators and teachers and educational personnel had no statistically significant difference. 3. Comparison of opinions between the samples who had differently working experience (less than 25 years and more than 25 years) had no statistically significant difference. 4. Comparison of opinions between the samples who worked in different size of school had no statistically significant difference