สารนิพนธ์พ.ศ. 2556

ความคิดเห็นของครูที่มีต่อการบริหารด้วยหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนในเขตอำเภอเทพา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 จังหวัดสงขลา

Teachers' opinions school management according to good governance principle of the schools in Taepa district, Songkhla primary educational service area office 3

ผู้จัดทำ: ชม ทองสุข
ระดับการศึกษา: ปริญญาโท
สาขาวิชา/กลุ่มสาขา: หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
อาจารย์ที่ปรึกษา: บุญเจริญ บำรุงชู
0 เข้าชม 0 ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดเอกสาร

บทคัดย่อ (ภาษาไทย)

การศึกษาครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาความคิดเห็นของครูที่มีต่อการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนในเขตอำเภอเทพา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 2) เปรียบเทียบความคิดเห็นของครูจำแนกตามเพศ อายุ และประสบการณ์การทำงาน และ 3) และศึกษาข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนในเขตอำเภอเทพา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 วิธีการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นข้าราชการครูที่ปฏิบัติการสอนในโรงเรียน ในเขตอำเภอเทพา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 จำนวน 206 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่า t-test, F test และกรณีพบความแตกต่างจะเปรียบเทียบรายคู่โดยวิธี LSD (Least Significant Difference) ผลการวิจัยพบว่า 1. ความคิดเห็นของครูที่มีต่อการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนในเขตอำเภอเทพา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 ทั้งโดยรวมและรายด้านทุกด้าน อยู่ในระดับมาก ตามลำดับดังนี้ หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ หลักความคุ้มค่า หลักนิติธรรม และหลักคุณธรรม 2. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของครูที่มีต่อการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนในเขตอำเภอเทพา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 ที่มีประสบการณ์ในการทำงานต่างกัน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 แต่จำแนกตามเพศและอายุ ไม่แตกต่างกัน 3. ปัญหาและข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของโรงเรียนในเขตอำเภอเทพา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 พบว่า ปัญหา คือ การประกาศให้ครูและเจ้าหน้าที่รับทราบเกี่ยวกับสิทธิในการได้รับสวัสดิการต่างๆ ยังไม่ชัดเจน กระบวนการในการพิจารณาความดีความชอบยังไม่เป็นธรรม ขาดกระบวนการติดตามการดำเนินการตรวจสอบหรือกำกับดูแล ควบคุมการจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจสอบพัสดุประจำปี และการจำหน่ายพัสดุยังไม่ชัดเจนถูกต้องตามระเบียบฯ มีการเลือกปฏิบัติ และการกำหนดช่วงระยะเวลาในการประเมินผลงานยังไม่ชัดเจน แนวทางแก้ไขปัญหา คือ ควรมีการตรวจสอบได้ในทุกกรณี ควรมีการบริหารงานอย่างโปร่งใส ไม่มีการทุจริตคอรัปชั่น ควรมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ทุกหน่วยงาน กระบวนการในการพิจารณาความดีความชอบเป็นไปอย่างเปิดเผย การประกาศตารางเงินเดือนและขั้นเงินเดือนให้ทุกคนรับทราบ ควรมีกระบวนการติดตามการดำเนินการตรวจสอบหรือกำกับดูแล ควบคุมการจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจสอบพัสดุประจำปี และการจำหน่ายพัสดุให้ชัดเจนถูกต้องตามระเบียบฯ ควรยกเลิกระบบอุปถัมภ์ และพิจารณาตามผลงานและความสามารถ และควรที่จะมอบหมายงานในหน้าที่ความรับผิดชอบให้ชัดเจนและเหมาะสมกับตำแหน่งงาน ควรช่วยกันรับผิดชอบทรัพย์สินของหน่วยงาน เสมือนทรัพย์สินของตัวเอง

Abstract (English)

The objectives of this research were as follows 1) Study the teacher’s opinions towards administration according to good governance of schools in Thepha district under Songkhla Primary Educational Service Area Office 3; 2) Compare the teacher’s opinions in terms of gender, ages, and working experiences; and 3) Study suggestions concerned with problems and resolutions on administration according to good governance of the schools. The samples were 206 teachers in schools under Thepha district, Songkhla Primary Educational Service Area Office 3. The instrument used for data collection was a questionnaire. Statistics used in data analysis composed of frequency, percentage, mean, Standard Deviation, t-test, F test, and LSD. The research results were found that 1. The teacher’s opinions towards administration according to good governance of the schools in Thepha district under Songkhla Primary Educational Service Area Office 3 both overall and each aspect were at high level, as follows the aspect of transparency, participation, responsibility, cost effectiveness, law, and ethics, respectively. 2. The comparative results of the teacher’s opinions in term of working experiences found significantly difference at .001 level, but had no significantly difference when classified by their gender and age. 3. The suggestions were concerned with problems and resolution on the school administration the problems found that there had no notice on right and welfare of teachers and staffs, not justice on ranking consideration, no processes on following of looking about buying and employing in terms of office materials, and the way to sell out of materials which were not followed the rules, there were lots of injustice throughout determination of assessment time which was not clear. The resolutions found that there should have a transparency, no corruption, should manage as transparency, and allow all authorities for checking, should consider the ranking frankly especially on Salary, should have process for following and controlling on material buying and employing throughout annual checking and sell out of materials which should be cleared according to rules, there should have no patronage system, there should consider on work product or ability, and should assign works on responsibility as clear and suitable with positions, and should look after public property as own property.