สารนิพนธ์พ.ศ. 2556

การศึกษาการปฏิบัติงานนิเทศภายในของครู ผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนในตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2

A study of an internal supervision of primary school administrators in Klongyai sub-district, Tamode district under Phatthalung primary educational service area office 2

ผู้จัดทำ: กัญชร นุ่นละออง
ระดับการศึกษา: ปริญญาโท
สาขาวิชา/กลุ่มสาขา: หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
อาจารย์ที่ปรึกษา: สมเกียรติ เกตุเอี่ยม
0 เข้าชม 0 ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดเอกสาร

บทคัดย่อ (ภาษาไทย)

การวิจัยครั้งนี้ มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาและเปรียบเทียบระดับการปฏิบัติงานการนิเทศภายในของครู ผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนในตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2 ตามตัวแปรเพศ ระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงาน และเพื่อศึกษาข้อเสนอแนะในการปรับปรุงการปฏิบัติงานการนิเทศภายในของครู ผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนในตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาเป็น ครู ผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนในตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2 ปีการศึกษา 2554 จำนวน 44 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม แบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบสำรวจรายการ (Check List) ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามเพื่อวัดระดับการปฏิบัติงานการนิเทศภายในของครู ผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนในตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2 ในห้าองค์ประกอบ คือ การนิเทศด้านตัวครู การนิเทศด้านการเรียนการสอน การนิเทศด้านการพัฒนาหลักสูตร การนิเทศด้านสื่อการเรียนการสอนและการนิเทศ ด้านการประเมินผลการปฏิบัติงานในโรงเรียน มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) จำนวน 40 ข้อ พร้อมด้วยคำถามปลายเปิด สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) และค่าเอฟ (F test) ผลการวิจัยพบว่า 1. ครู ผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนในตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2 มีการปฏิบัติงานการนิเทศภายในโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2. ผลการเปรียบเทียบตามความคิดเห็นต่อการปฏิบัติงานการนิเทศภายในของครู ผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนในตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2 จำแนกตามตัวแปรเพศ วุฒิการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงาน พบว่า ไม่แตกต่างกัน ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงการปฏิบัติงานการนิเทศภายในตามแนวคิดของครู ผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนในตำบลคลองใหญ่ อำเภอตะโหมด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2 มีดังนี้ ควรจัดอบรมสาธิตการใช้สื่อเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้ครูได้เรียนรู้ ควรส่งเสริมให้ครูได้ศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ ในการผลิตสื่อ นวัตกรรมขึ้นใช้เอง ควรจัดครูเข้าสอนตามสาขาวิชาเอกและความถนัด ควรส่งเสริมสนับสนุน และสร้างจิตสำนึกให้ครูได้พัฒนาตนเองให้มากขึ้น ควรให้กลุ่มสาระเป็นผู้รับผิดชอบและวางแผนการนิเทศในกลุ่มสาระอย่างชัดเจน ควรกำหนดตารางการนิเทศการประเมินผลการปฏิบัติงานที่ชัดเจน ควรมีการสรุปผลการปฏิบัติงานเป็นระยะๆ ต่อเนื่องและแจ้งผลให้ครูทราบทุกครั้ง ควรจัดให้มีการอบรมเทคนิคการสอนที่ทันสมัยโดยการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ควรจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างหลักสูตรกับครูอย่างชัดเจนต่อเนื่อง ควรส่งเสริมให้ครูได้ศึกษาหลักสูตรให้เข้าใจอย่างชัดเจน

Abstract (English)

This research aimed to study personnel’s opinions on internal supervision of primary school administrators in Klongyai sub-district, Tamode district under Phatthalung Primary Educational Service Area Office 2, and to compare their opinions according to their gender, education level, and working experience, also their recommendations for improving. This study was based on a sample of 44 people who have been asked to complete a questionnaire comprised of 40 topics of questionnaire and open ended questions. Data drawn from the questionnaires have been analyzed applying percentage, Arithmetic mean, Standard Deviation, t-test, and F test. Findings were showed that 1. Primary school administrators in Klongyai sub-district, Tamode district under Phatthalung Primary Educational Service Area Office 2 did internal supervision as a whole and separate factor at a high level. 2. The results comparing their opinions on the performance of the internal supervision according to their gender, educational background, and experience were not significant different. Their suggestion on the internal supervision on that should have training on new media and technology usage, should provide the right teachers to the right subject, should encourage teachers to develop themselves; should plan for internal supervision; should make the exactly schedules; should provide workshop on curriculum structure, teaching pedagogy with new technology; and should have conclusion on teachers’ work continuously.