การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านจับใจความ ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ระหว่างก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนโสภณประชาเทวารุทธารักษ์ ปีการศึกษา 2563 จำนวน 1 ห้องเรียน มีนักเรียน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้แบบใช้สมองเป็นฐาน จำนวน 15 แผ่น และแบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านจับใจความภาษาไทย เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .90 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบสมมติฐาน ได้แก่ ค่าที่ ผลการวิจัยพบว่า 1. ความสามารถในการอ่านจับใจความภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จาก การจัดการเรียนรู้แบบใช้สมองเป็นฐาน นักเรียนมีคะแนนระดับดีขึ้นไป จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 93.33 ของนักเรียนทั้งหมด 2. ความสามารถในการอ่านจับใจความภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภายหลังจากการจัดการเรียนรู้แบบใช้สมองเป็นฐาน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
This research aimed to study and compare Thai language reading comprehension ability of Prathomsuksa 6 students between before and after learning management using brain-based approach. The sample group was one classroom (30 students) of Prathomsuksa 6 at Sophon Pracha Thewa Rutharak School in Academic Year of 2020. Research tools were 15 Thai language learning management plans and 40 items of 4 multiple-choice question on Thai Language Reading Comprehension test which had a reliability of .90. The statistics for analyzing data were percentage, mean, Standard Deviation, and t-test for dependent sample. The results revealed that: 1\. The 28 out of 30 students (93.33%) had scores on Thai language reading comprehension ability after using brain-based learning management higher than good rate. 2\. After their learning, they had higher scores than before learning at .05 level of significance.