ในการวิจัยนี้ได้ใช้แบบแผนการวิจัยกึ่งทดลอง(Quasi-Experimental Research Design) โดยมี วัตถุประสงค์การวิจัย คือ 1) ศึกษาความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนจากกิจกรรม การเขียนเชิงสร้างสรรค์รักษ์วรรณคดีไทย 2) เปรียบเทียบความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ระหว่าง ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการเขียนเชิงสร้างสรรค์รักษ์วรรณคดีไทย 3) ศึกษาพฤติกรรมการเข้าร่วม กิจกรรมของนักเรียน และ 4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนจากการเข้าร่วมกิจกรรมการเขียนเชิง สร้างสรรค์รักษ์วรรณคดีไทย ตามหลักของการลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ตอนปลาย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โรงเรียนวัดกรอกยายชา จังหวัดระยอง ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 ที่สมัครเข้าเรียนในกิจกรรมเสริมสมรรถนะและการเรียนรู้จำนวน 35 คน เครื่องมือที่ใช้ในการ วิจัย ประกอบด้วย กิจกรรมการเขียนเชิงสร้างสรรค์รักษ์วรรณคดีไทย แบบทดสอบความสามารถในการ เขียนเชิงสร้างสรรค์รักษ์วรรณคดีไทย แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมการเขียนเชิงสร้างสรรค์ และแบบสอบถามความพึงพอใจในการเข้าร่วมกิจกรรมการเขียนเชิงสร้างสรรค์ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ สถิติค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบที ผลการวิจัยพบดังนี้ 1) ความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ตอนปลาย ภายหลังการเข้าร่วมกิจกรรมการเขียนเชิงสร้างสรรค์รักษ์วรรณคดีอยู่ในระดับดีมาก 2) ความ สามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียน หลังการเข้าร่วมกิจกรรมการเขียนเชิงสร้างสรรค์รักษ์ วรรณคดีไทยสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมของนักเรียน หลังการเข้าร่วมกิจกรรมการเขียนเชิงสร้างสรรค์รักษ์วรรณคดีไทยอยู่ในระดับดี และ 4) ความพึงพอใจ จากการเข้าร่วมกิจกรรมการเขียนเชิงสร้างสรรค์รักษ์วรรณคดีไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย อยู่ในระดับดีมาก
This quasi-experimental research aimed to 1) study the competence in creative writing, 2) compare the competence in creative writing, 3) study the behavior in participation, and 4) study the students' satisfaction in participation through the creative writing in Thai literature conservative activities by the Teach Less-Learn More. The samples were the volunteer of 35 upper primary school students at Wat Krok Yai Cha School in the second semester of 2016 academic year. The research instruments were the Creative Writing in Thai Literature Conservative Activities, the competence in creative writing test, the behavior in participation observation form, and the satisfaction in participation questionnaire. Statistics used in data analysis were percentage, mean, Standard Deviation, and dependent t-test. The results revealed that: 1) The competence in creative writing was at very good level. 2) The competence in creative writing showed the improvement at a significant level of .05. 3) The behavior in participation was at a good level, and 4) the students' satisfaction in participation was at a very good level.