การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) ออกแบบและหาประสิทธิภาพแผนการสอนและมัลติมีเดียเรื่องวัสดุรอบตัวเราสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่พัฒนาตามแนวทฤษฎี คอนสตรัคติวิสต์ 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ 3) สอบถามความคิดเห็นของผู้เรียนจากการเรียน ประชากรที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านกันตรวจห้วย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 จำนวนทั้งหมด 8 คน เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้และมัลติมีเดียบนเครือข่ายที่พัฒนาตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ รวม 12 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบสำรวจความคิดเห็นของผู้เรียนที่มีต่อมัลติมีเดีย และแผนการสอน สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ การหาประสิทธิภาพของมัลติมีเดียบนเครือข่ายจากการจัดการเรียนการสอนตามเกณฑ์กำหนด 80/80 ค่าคะแนนเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีประสิทธิผลของสื่อการสอน แผนการสอน สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน เปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังการเรียนรู้ ด้วยสถิติวิลคอกซอน (The Wilcoxon Singed Rank test) ผลการวิจัย พบว่า 1. ประสิทธิภาพมัลติมิเดียที่พัฒนาตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เสริมสร้างกระบวนการคิด เรื่อง วัสดุรอบตัวเรา สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 80.64/83.67 2. ดัชนีประสิทธิผลของแผนการสอนและมัลติมิเดียที่พัฒนาขึ้นมีค่าความก้าวหน้าทางการเรียน คิดเป็นร้อยละ 54 3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภายหลังการเรียนด้วยแผนการสอนและมัลติมิเดียสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีความคิดเห็นต่อการใช้แผนการสอนและมัลติมิเดีย อยู่ในระดับมากทุกด้าน
The research aimed to 1) develop multimedia-based learning to enhance the thinking process on the topic of “things around us”, Science learning substance for grade 3 students, 2) find out their learning achievement, and 3) find out their opinion on learning through the multimedia. Population included all 8 Prathomsuksa 3 students at Ban Kuntrout-Houi School. Instruments were multimedia-based learning, lesson’s exercises, an ability test, and the satisfaction evaluation form. The obtained data were analyzed by frequency, percentage, mean, Standard Deviation, and the Wilcoxon Signed Rank test. The findings were as follows 1. The efficiency of multimedia-based learning to enhance the thinking process on the topic of “things around us”, science learning substance for grade 3 students equals 80.64/83.67. 2. The effectiveness index of the developed multimedia and instruction plan had 54% of learning progress. 3. The students’ learning achievement after learning through the developed multimedia was significant higher than before learning at .01 level. 4. The students’ opinion on their learning through the instructional multimedia was at a high level in every aspect.