การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความสามารถในการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดมะพร้าวเตี้ย กรุงเทพมหานคร จากการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านแจกลูกสะกดคำ และเพื่อเปรียบเทียบความสามารถอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดมะพร้าวเตี้ย กรุงเทพมหานคร ระหว่างก่อนและหลังการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านแจกลูกสะกดคำ วิธีการศึกษาได้ศึกษาจากกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนวัดมะพร้าวเตี้ย กรุงเทพมหานคร โดยวิธีสุ่มอย่างง่าย 1 ห้องเรียน จำนวน 32 คน ใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แผนการจัดการเรียนรู้ ระยะเวลา 4 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน รวมทั้งสิ้น 12 แผน มีค่าความเชื่อมั่น 0.90 แบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านออกเสียงโดยวิธีอ่านแจกลูกสะกดคำ และแบบทดสอบ เรื่อง การอ่านแจกลูกสะกดคำ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการเปรียบเทียบค่าที (t-test Dependent) ผลการวิจัย พบว่า 1. ความสามารถในการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดมะพร้าวเตี้ย กรุงเทพมหานคร ภายหลังการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านแจกลูกสะกดคำ สามารถอ่านได้ผ่านเกณฑ์ระดับดีมาก ( = 44.00) มีจำนวน 19 คน คิดเป็นร้อยละ 59.38 ผ่านเกณฑ์ระดับดี ( = 37.85) มีจำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 21.87 จากนักเรียน 32 คน 2. ความสามารถในการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดมะพร้าวเตี้ย กรุงเทพมหานคร ภายหลังการใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านแจกลูกสะกดคำสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 คำสำคัญ ความสามารถการอ่าน, แบบฝึกเสริมทักษะอ่านแจกลูกสะกดคำ
The objective is to study the level of reading ability of Prathomsuksa 3 students at Watmapraotia School, Bangkok. In this study, the reading skill practice training have been using for enhancing reading skill and comparing reading ability after using the training with before learning. One classroom was simple random sampling for the study Prathomsuksa 3/1 students included 32 students at Watmapraotia School, Bangkok. The research tools used in the study were 12 learning plans with a reliability of 0.90, for 4 week, 3 days a week; and reading ability test and pronunciation test. Statistics used in data analysis include mean, Standard Deviation, and Sample t-test Dependent. The research found that 1. The reading ability of 19 Prathomsuksa 3 students (59.38%), after using the reading skill practice to improve reading skills could pass at a very good level ( = 44.00), and 7 students (21.87%) could pass at a good level ( = 37.85). 2. Their reading ability after learning through the reading skill practice was higher than before learning at .05 level of significance. Keywords Reading ability, Practice training for reading skills.