การวิจัยในครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาชุดการสอน เรื่อง การปลูกไม้ดอกไม้ประดับ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ง 14101 (งานเกษตร) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโดยที่ใช้ชุดการสอน เรื่อง การปลูกไม้ดอกไม้ประดับกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ง 14101 (งานเกษตร) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก่อนและหลังเรียน และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนชุดการสอน เรื่อง การปลูกไม้ดอกไม้ประดับกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ง 14101 (งานเกษตร) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 โรงเรียนบ้านหนองกบ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5 จำนวน 27 คน โดยใช้ประชากรทั้งหมด เนื่องจากประชากรมีจำนวนน้อย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยชุดการสอน เรื่อง การปลูกไม้ดอกไม้ประดับ จำนวน 5 ชุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียน เรื่องการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ จำนวน 20 ข้อ แบบวัดความพึงพอใจ และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1. ชุดการสอนเรื่อง การปลูกไม้ดอกไม้ประดับกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ง14101 (งานเกษตร) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 97.48/83.89 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 2. นักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดการสอน เรื่อง การปลูกไม้ดอกไม้ประดับกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ง 14101 (งานเกษตร) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3. ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนชุดการสอนเรื่อง การปลูกไม้ดอกไม้ประดับกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ง 14101(งานเกษตร) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 อยู่ในระดับมากทุกด้าน ดังนี้ ด้านเนื้อหาและด้านเครื่องมือ รองลงมา คือ ด้านผู้สอน ด้านสื่อการเรียนการสอนและด้านกิจกรรมการเรียนการสอน ตามลำดับ
The purposes of this research were 1) to develop instructional packages on growing flowering plant and garden tree for Prathomsuksa 4 students, 2) to compare the students’ learning achievement after learning with before learning, and 3) find-out the students’ satisfaction on learning through the instructional packages. The population in the study included 27 Prathomsuksa 4 students in Bann Nongkob School under the Ubonratchatani Primary Educational Service Office Area 5. The research instruments composed of 1) 5 instructional packages on growing flowering plant and garden tree, 2) learning achievement test, and 3) test on student’s satisfaction. Statistics used in data analysis comprised frequency, percentage, Standard Deviation, and t-test. The findings were as follows 1. The instructional packages on growing flowering plant and garden tree had an efficiency of 97.48/83.89 which was corresponding with 80/80 provided criterion. 2. The students’ learning achievement after learning through the instructional packages was significant higher than before learning at .01 level. 3. The students’ satisfaction with their learning through the instructional packages was at a “high” level in every aspect, as follows content, tool, teacher, instructional media, and instructional activities, respectively.