การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง โดยมีความมุ่งหมายของการวิจัย ดังนี้ 1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 3 เรื่องโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หาร ระหว่างกลุ่มที่เรียนโดยใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือกับกลุ่มที่เรียนแบบปกติ และ 2) เพื่อเปรียบเทียบเจตคติต่อการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เรื่องโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หาร ระหว่างกลุ่มที่เรียนโดยใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือกับการเรียนแบบปกติ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านหนองแวง จังหวัดสกลนคร จำนวน 96 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 48 คน กลุ่มควบคุม 48 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีเรียนแบบร่วมมือ 2) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีเรียนแบบปกติ 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และ 4) แบบวัดเจตคติต่อการเรียนกลุ่มสาระการเรียนคณิตศาสตร์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และสถิติทดสอบที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่องโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณหารของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ของกลุ่มที่เรียนโดยใช้วิธีการเรียนแบบร่วมมือกันสูงกว่านักเรียนที่เรียนโดยใช้วิธีการเรียนแบบปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. เจตคติต่อการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์กลุ่มที่ได้รับการคัดเลือกโดยวิธีการเรียนแบบร่วมมือ สูงกว่ากลุ่มที่ใช้วิธีการเรียนแบบปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
This experimental research aimed to 1) compare Prathomsuksa 3 students’ learning achievement on addition, subtraction, multiplication, and division by using co-operative learning and traditional approach, and 2) compare their attitudes towards their learning. The samples used in the study were 96 Prathomsuksa 3 students of Bannongwaeng school, Sakonnakhon Province by divided into an experimental group using the co-operative learning and a control group using the traditional approach. Tools used in the research composed of 1) lesson plans on cooperative learning, 2) lesson plans on conventional method, 3) an achievement test, 4) an attitude towards learning mathematics. Statistics used to analyze the data composed of mean ( ), Standard Deviation (S.D.), and t-test. The findings were as follows 1. The students’ learning achievement in the experimental group was higher than the students’ learning achievement in the control group at .05 level of significantly difference. 2. The students’ attitudes towards learning through the cooperative learning has higher scores than the students’ attitudes towards learning through the traditional approach at .05 level of significantly difference.