สารนิพนธ์พ.ศ. 2566

แรงจูงใจในการปฏิบัติงานที่ส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี

The Support personnel’s work motivation that affecting the organizational commitment at private university in Pathumthani province

ผู้จัดทำ: กฤตภาคิน มิ่งโสภา
ระดับการศึกษา: ปริญญาโท
สาขาวิชา/กลุ่มสาขา: หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาธุรกิจและทุนมนุษย์
อาจารย์ที่ปรึกษา: บุษกร วัฒนบุตร, ตระกูล จิตวัฒนากร
3 เข้าชม 3 ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดเอกสาร

บทคัดย่อ (ภาษาไทย)

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี 2) ศึกษาความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรสาย สนับสนุน มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี 3) ศึกษาแรงจูงใจในการปฏิบัติงานที่ส่งผล ต่อความผูกพันของบุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี งานวิจัยนี้ เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ เครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม ที่รวบรวมจากกลุ่มตัวอย่าง จํานวน 311 คน ซึ่งเป็นบุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี โดยการเลือก ตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิที่เป็นสัดส่วน และวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัย พบว่า 1. แรงจูงใจในการปฏิบัติงานในภาพรวมของบุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยเอกชน แห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี อยู่ในระดับมาก ยกเว้นด้านความก้าวหน้าในอาชีพ และด้านค่าตอบแทน และสวัสดิการที่อยู่ในระดับปานกลาง ด้านที่มีแรงจูงใจที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านความสัมพันธ์กับ เพื่อนร่วมงาน รองลงมาคือ ด้านความรับผิดชอบในงาน และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ําสุด คือ ด้านค่าตอบแทน และสวัสดิการ 2. ความผูกพันต่อองค์กร ของบุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัด ปทุมธานี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ตามลําดับ ดังนี้ ด้านความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า การยอมรับ เป้าหมาย และค่านิยมขององค์กร ด้านความเต็มใจที่จะทุ่มเทความพยายามอย่างมากเพื่อประโยชน์ ขององค์กร และด้านความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะคงไว้ซึ่งความเป็นสมาชิกภาพขององค์กร 3. แรงจูงใจในการปฏิบัติงานที่ส่งผลต่อด้านความผูกพันของบุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยด้านที่ส่งผล มากที่สุด คือ ด้านความมั่นคงในการทํางาน รองลงมา ได้แก่ ด้านความรับผิดชอบในงาน และด้านลักษณะ ของงานที่ปฏิบัติ ตามลําดับ โดยมีอํานาจการพยากรณ์ร้อยละ 86.60 และมีความคลาดเคลื่อนในการ พยากรณ์เท่ากับ .217

Abstract (English)

This research aimed to 1) study the work motivation of support personnel at private university in Pathumthani province, 2) study their commitment to the organization, 3) study the work motivation that affecting the organizational commitment. This research used a quantitative method by using a questionnaire with 311 samples who are support personnel at private university in Pathumthaini province which selecting a proportionally stratified sampling and analyzing by descriptive statistics including frequency, percentage, mean, standard deviation, and multiple regression analysis. The research results showed that 1. The support personnel's work motivation at the private university in Pathumthani province in overall was at a high level, except the career advancement aspect and compensation and welfare aspect which were at a moderate level. The relationship with colleagues aspect had the highest mean, followed by work accountability, and the least was compensation and welfare. 2. Employee engagement of the support personnel in every aspect was at a high level, as follows: having strong belief, accepting of the goals and values of the organization aspect, followed by being willing to devote effort to the benefit of the organization, and having determined to wish to be a member of the organization, respectively. 3. Work motivation that affecting the employee engagement of the support personnel with statistically significance at the .05 level, which the most aspect impact was employment security, followed by work accountability and nature of work performed, respectively. And the predictive power was at 86.6 percent, a standard error of prediction was .217.