การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการสร้างความผูกพันในองค์กรของ จิตอาสา สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสําคัญ ได้แก่ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ขององค์กร จํานวน 11 คน โดยการสุ่มแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์หาข้อสรุป ผลการศึกษา พบว่า 1) สภาพความผูกพันในองค์กรของจิตอาสาในสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ แห่งประเทศไทยฯ โดยการวิเคราะห์ SWOT พบว่า มีจุดแข็ง คือ เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ ประกอบด้วย กลุ่มคนที่มีวุฒิภาวะพร้อมด้วยกําลังทรัพย์ และการทุ่มเทแรงใจในการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของ ประชาชน จุดอ่อน คือ ไม่มีโครงสร้างการปฏิบัติงานของจิตอาสาที่ชัดเจน ขาดการสื่อสาร เชื่อมโยง ภายในองค์กร และภายนอกองค์กร โอกาส ได้แก่ การเป็นองค์กรการกุศลที่ทํางานเพื่อสังคมที่ใหญ่ที่สุด ระดับชาติ และอุปสรรค คือ จิตอาสาขาดการเชื่อมต่อกับองค์กรส่วนกลาง ประสานงานยาก งานล่าช้า 2) กระบวนการสร้างความผูกพันต่อสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ พบว่า Input ได้แก่ ตัวจิตอาสา รวมถึงโครงการต่าง ๆ ของสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ Process ด้วย การสร้างคุณค่าให้จิตอาสาภาคภูมิใจ เช่น การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Output ที่ได้ คือ จิตอาสาจะมีความจงรักภักดีและผูกพันกับสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ อย่างยั่งยืน และ 3) แนวทางการสร้างความผูกพันในองค์กรของจิตอาสา สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศ ไทยฯ สรุปได้ 5 แนวทาง ดังนี้ 1) สร้าง และสนับสนุนปัจเจกบุคคล ที่มีจิตสํานึกในศักดิ์ศรีและคุณค่า 1 ความเป็นคน มีจิตที่ไม่นิ่งดูดายต่อสังคม สิ่งแวดล้อมที่อยู่ในภาวะวิกฤติหรือความทุกข์ยากของผู้คน และ ปรารถนาเข้าไปช่วย 2) สนับสนุน/จัดกลุ่ม/รวมกลุ่มปัจเจกบุคคล ที่มีวัตถุประสงค์ร่วมกัน รวมตัว กันทําเรื่องดี ๆ 1 สิ่งดี ๆ ให้สังคม 3) สนับสนุนปัจจัยในรูปแบบต่าง ๆ ที่เหมาะสมในการดําเนินกิจกรรม เพื่อให้เกิดความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ 4) สร้างเครือข่าย เชื่อมโยงกันระหว่างบุคคล และเครือข่าย ที่ คนไทยทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกองค์กร ทุกสถาบันมีทั้งที่ร่วมกันทํา และ 5) สร้างรางวัลเพื่อเป็นขวัญกําลังใจ เพื่อส่งเสริมให้จิตอาสามีความภาคภูมิใจในตนเองของการได้ช่วยเหลือเพื่อน
The objective this article was to study: guidelines for creating a relationship in volunteer organizations, The National Council on Social Welfare of Thailand. The research was used qualitative research. Key informants were 11 directors and staffs by purposive sampling. The tool use in research was structured interview. Data analysis was content context. The research results were as follows: 1) The condition of commitment in relationship in volunteer organizations was analyzed with SWOT found that Strength: was public organization and drove with mutuality group both body and mind for support better quality of Thai people life, Weakness: It was not organization structure and lack of communication. Opportunity: It was the biggest charity organization of Thailand, and Threats: Volunteers lack of communicate with center then late work. 2) The process of creating a relationship in volunteer Organaizations, The National Council on Social Welfare of Thailand included with input as volunteers and all projects, process as jobs that full of sense of belonging in all volunteers who could give insignia if he make the best merit, and output were loyalty and organization engagement of volunteers. 3) The guidelines for organization engagement of volunteers in The National Council on Social Welfare of Thailand were 5 types as 1) Support volunteers to get human dignity 2) Support the group who have same direction in help people and make better social 3) Support the suitable activities that make sense of belonging 4) Building supporting network in Thailand 5) Support the rewards for people who make merit.